| |

รีวิว The Stormlight Archive เล่ม 1 The Way of Kings การลุกขึ้นของมือหอกยอดนักบุญ [มีปุ่มซ่อนสปอย]

เปิดปฐมบทตำนานแดนพายุพิโรธ

Stormlight Archive (ต่อจากนี้จะพิมพ์ย่อๆว่า SA) เขาว่ากันว่านี่คือหนังสือชุด High Fantasy ระดับตัวตึงและมหากาพย์ในพอร์ตผลงานของนักเขียนมากเล่มอย่าง Brandon Sanderson โดยลุงแกวางแผนไว้ว่ามหากาพย์นี้จะมีความยาวระดับ 10 เล่ม ตอนที่เขียนบทความนี้ แกก็กำลังจะออกเล่ม 5 แล้ว โดยแต่ละเล่มมีความยาวประมาณ 1,000 หน้า นั่นเท่ากับว่าถ้าคุณอ่านมหากาพย์นี้จบคุณจะทำสถิติอ่านจบไปถึง 10,000 หน้าจุกๆ เอื้อออออ

มีแผนว่าจะนำเรื่องนี้ไปสร้างเป็นซีรีส์ทีวีคนแสดงด้วย(คลิปไฮไลท์บทสัมภาษณ์ของนักเขียน คลิก) รอดูเล้ยยยย

ปกหนังสือ The Way of Kings ในฉบับต่าง ๆ

หลังจากที่เราตามอ่านผลงานหนังสือของลุงแบรนดอนจนเขียนออกมาเป็นบทความรีวิวหลายโพสตั้งแต่ Mistborn(รีวิว), Elantris(รีวิว), The Rithmatist(รีวิว), Warbreaker(รีวิว) ตอนนี้น่าจะเรียกว่าเป็นวงการที่เข้าแล้วออกไม่ได้ไปซะแล้ว 5555

บทความด้วยจึงมาว่าด้วยเล่มแรกเปิดมหากาพย์ซีรีส์นี้กันด้วยเล่มชื่อ The Way of Kings (วิถีแห่งราชันย์ ชื่อนี้แปลเองไม่ใช่ชื่อแปลทางการ 5555 ในไทยยังไม่มีสำนักพิมพ์ที่ซื้อลิขสิทธิ์เรื่องนี้เข้ามาแปล) แล้วมันผ่านมั้ย? สนุกมั้ยในสายตาเรารึเปล่า? ปะ เริ่ม !

สารบัญ

• เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอย)

มีคนว่ากันว่าการเล่าเรื่องย่อนิยายเรื่องนี้มันยาก จะเล่ายังไงดี ถึงขนาดทำคลิปเป็นมีมกันเลย งั้นเราจะเล่าในแบบฉบับของเราให้กระชับสุดๆละกัน จะทำได้มั้ย 55555

ณ ดินแดนแห่งหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์มาร่วมนับพันปี ในอดีตกาลนานมาแล้ว อัศวินจรัสแสงทั้งสิบ (Knight Radiants) ได้ปกป้องดินแดนแห่งนี้ ทว่าด้วยเหตุอันไม่อาจทราบได้ พวกเขาทอดทิ้งเหล่ามวลมนุษย์ ทิ้งไว้แต่ดาบและเกราะศักดิ์สิทธิ์ให้คนรุ่นหลัง อันซึ่งเป็นอาวุธล้ำค่าที่อาณาจักรใดๆ ล้วนต่างหมายปอง ใช่แล้ว นี่คือเรื่องราวของเหล่ามนุษย์ที่ต้องดิ้นรน กระเสือกกระสน เพื่อเอาตัวรอดในดินแดนตกอับและเต็มไปด้วยพายุฟ้าคะนองแสนพิโรธแห่งนี้

kaladin dalinar shallan graphicaudio cover
ตัวละครหลักประจำเล่ม: มือหอกใจพระ แม่ทัพหน้าบึ้งและสาวน้อยหัวศิลป์
(รูปวาดจากปกหนังสือเสียง)

ในเล่มนี้คุณจะได้พบเส้นเรื่องของสามตัวละครต่างภูมิหลัง.. (หน้าตาเป็นไง ดูรูปข้างบนได้ 5555)

ตั้งแต่เด็กหนุ่มใจเมตตาผู้ช่ำช่องในกระบวนท่าเพลงหอกแต่ดวงอาภัพเคราะห์ซ้ำกำซัด ทำดีกับใครก็ไม่ขึ้น ซวยแล้วซวยอีก อ่านจนคุณจะรู้สึกว่า “เอาบทตานี่ออกจากหนังสือเหอะ สงสาร” 55555

น้องชายของราชาที่โดนลอบสังหาร ผู้ต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่หลังจากผู้พี่ได้จากไป(และทิ้งข้อความบางอย่างไว้) พร้อมกับนิมิตปริศนาที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ จนเค้าต้องตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เรื่อยๆ ว่า นี่เรายังสติดีอยู่หรือเปล่า ?

สาวน้อยศิลปินผู้ทะเยอทะยาน หาหนทางให้ตระกูลที่กำลังตกต่ำของเธอไม่ล่มสลาย ลงทุนเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อเป็นศิษย์กับนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ว่าแท้จริงแล้วเธอมีเจตนาอะไรซ่อนอยู่ลึกๆ กันแน่นะ?

นี่แหละเรื่องย่อแบบกระชับๆ…. เฮ่ยยยย !! พอได้นะ 555555

ความท้าทายของแฟนๆ ที่จะเล่าเรื่องย่อมหากาพย์นี้ยังไงดี ฮาาา


• ความรู้สึกหลังอ่านจบ (สปอยนิดหน่อย)

นึกไม่ถึงว่าเราจะสามารถอ่านหนังสือพันหน้าจบในเวลาสองเดือน โดยปกติสองเดือนของเราคือหนังสือประมาณ 300-600 หน้า อ่านชิลบนรถไฟฟ้า แต่เล่มนี้แทรกอ่านเวลาอื่น ปกติดูซีรีส์ก็ผลัดมาอ่านแทน ถือว่ารีบอ่านให้จบจริงๆ 5555

อย่างที่เกริ่นไปด้านบนว่านี่เพิ่งอยู่เล่ม 1 จากทั้งหมด 10 เล่ม และเส้นเรื่องที่คนเขียนโฟกัสในเล่มนี้อยู่ที่สามตัวละคร นั่นเท่ากับว่านิยายเรื่องนี้จะเด่นในเรื่อง การพัฒนาตัวละคร, การขับเคลื่อนเรื่องด้วยตัวละครเป็นหลักก่อนการเดินเรื่อง

• มุ่งเน้นการสร้างมิติตัวละครก่อนการเดินเรื่อง

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยเสพงานบันเทิง ไม่ว่าจะภาพยนตร์ นิยายทั้งหลายแหล่ ที่เดินเรื่องแบบไวฉับๆ ส่วนตัวละครเหมือนแค่เดินเข้าเวทีมาว่าต้องแสดงบทนี้ ๆ น้า แต่ไม่มีการสร้างมิติ ความคมคายที่ทำให้คนอ่านรู้สึกอิน รีเลท อยากจะเอาใจช่วย มันเข้ามาแล้วก็ผ่านไป แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เช่นนั้น เค้าจะพาคุณไปดูว่าตัวละครทำอะไร เจอความลำเค็ญแบบไหน พูดคุยรู้จักกับใครบ้าง จมอยู่กับความคิดของตัวเองมากน้อยแค่ไหน แม้เส้นเรื่องหลักจะเดินก็จริงแต่ที่แน่ๆ มิติตัวละครในเรื่องไม่แบนราบแน่นอน อ่านๆไป ก็ชักอยากเอาใจช่วยบางตัวหรืออยากถีบบางตัวให้กระเด็นออกจากหน้ากระดาษนั้นๆ 5555 แน่นอนว่าด้วยความที่เราให้เกณฑ์คะแนนเรื่องของ พัฒนาการ/มิติตัวละคร เป็นพิเศษ SA มาทรงนี้ก็เข้าทางเราแน่ๆละ ว่าเราจะต้องมีความผูกพันกับเหล่าตัวละครในเรื่องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วนี่ยังเพิ่งเล่มแรกด้วยนะ คงยังมีอีกหลายตัวละครที่รอแนะนำให้เรารู้จักอยู่

ดังนั้นถ้าใครเป็นสายที่ไม่อินกับการปูพื้นตัวละครแบบนี้ ก็อาจมองว่ามันดูยืดเยื้อ เอื่อยจัง ทำไมเนื้อเรื่องไม่ไปไหนสักที หนังสือยาวเฟร่อ 5555 ถูกต้อง เพราะจุดประสงค์หนังสือต้องการให้คนอ่านจมไปกับภูมิหลังของตัวละครมากกว่าจะเดินเรื่องฉับๆ แต่ก็ไม่แน่ ถ้าจังหวะคนเขียนปูเนื้อเรื่องจนได้ที่แล้ว บทจะสับสวิตช์ก็อาจจะไวจนตาไม่ทันกะพริบ เหมือนที่เราชอบเจอในบทท้ายๆ เล่มของงานเขียนแก

บทแต่ละคนจะมีสัญลักษณ์แทนตัวที่ต่างกัน หอก เมือง? และป้อมปราการ

ทั้งหนังสือจะลงเนื้อเรื่องของสามตัวละครนี้ ในแต่ละบทจะแบ่งเป็นของใครของมัน สอดแทรกเซตติ้งของโลกเพื่อพาคนอ่านไปสำรวจโลกของ Stormlight Archive ระบบพลังในเรื่อง เช่นเกราะและดาบศักดิ์สิทธิ์ (Shardplate & Shardblade) สิงสาราสัตว์ในดินแดนแห่งนี้ ตัวไหน มนุษย์ใช้ทำอะไร ใช้ลากพาหนะ หรือภูตน้อยที่ปรากฏตัวมาตอนคนเรามีอารมณ์ดีใจเสียใจ โลกมีภัยภิบัติลักษณะไหน การโทรคมนาคมสไตล์เวทมนตร์ (เหมือนส่งข้อความคุยไลน์แต่เป็นเวอร์ชั่นใช้เวทมนตร์ 55555) ระบบสังคมทหารขุนนาง ทาส ไพร่ ชนเผ่าตามพื้นที่ต่างๆ กลศึกเคลื่อนพลทัพทหาร ลัทธิ ความเชื่อ ศาสนา(อันหลังนี้แกถนัดเขียนนัก ใส่มาในทุกเรื่อง) หรือกระทั่งวัฒนธรรมเช่นศาสนา Vorin ที่ผู้หญิงเป็นผู้ศึกษาศิลปศาสตร์ อักษรศาสตร์ สวมถุงมือไว้ที่มือซ้ายเสมอ(Safehand) ในขณะที่ผู้ชายจะออกรบ ถือดาบและต่อสู้ นอกจากบทของสามตัวละคร มันยังมีบทของใครก็ไม่รู้ ตัวละครนิรนามแทรกมาบางๆ ระหว่างจบแต่ละองก์ด้วย บ้างก็มีเอี่ยวกับตัวละครหลัก บ้างก็ไม่เกี่ยวเลย แต่จากที่สืบมาก็เหมือนคนเค้าให้อ่านว่าบทเหล่านี้เป็นการเติมเต็มเนื้อเรื่องของดินแดนนี้ดีกว่า

และที่ขาดไม่ได้คือระบบพลังในเรื่อง (Magic System) ที่เอาจริงตอนอ่านปฐมบท (Prologue) ไม่รู้เรื่องเลยวุ้ย 5555 ชื่อตัวละครเยอะ แถมพลังควบคุมแรงโน้มถ่วงของพ่อหนุ่มหัวโล้นในปฐมบทก็ซับซ้อนชวนงง (ตรงนี้ความงงน่าจะสูสีกับเงื่อนไขพลังในการ์ตูน Hunter x Hunter, Jujutsu Kaisen) จุกจิกทำเอาซะท้อจนคิดว่าแล้วอีก 70 บทที่เหลือเราจะรอดเรอะ นี่ยังไม่ขึ้นบทหนึ่งเลยนา เลยได้ทริคว่าอ่านๆ ไปก่อนละกัน เดี๋ยวคงเก็ททีหลังแหละมั้ง ซึ่งพอเลิกตั้งใจทำความเข้าใจแล้วลุยอ่านๆ ไปเลย เออ มันดีขึ้นนะ 5555 ไม่เข้าใจถ่องแท้หรอกว่าที่มันทำ พลังส่งผลท่าไหน แต่พอเข้าใจว่าอัดใครล้ม ใครวิ่งหนี ใครโดนลูกหลงก็พอแล้ว

ซึ่งหลังจากผ่านบทนั้น กลายเป็นว่าบทที่เหลือน่ะ น่ารักขึ้นมาเลย ภาพรวมของสำนวนประโยคก็อ่านไม่ยากเหมือนปฐมบทแล้ว 5555 ไม่รู้เพราะปรับตัวได้รึตัวละครมันไม่ล้นหน้ากระดาษเหมือนฉากแรกที่มันเป็นงานเลี้ยงคนเยอะๆ ก็เลยอ่านมาได้เรื่อยๆ ตลอดทาง

• ว่ากันที่ตัวละครสักหน่อย

เส้นเรื่องคาลาดิน (Kaladin) ลูกชายแพทย์ประจำหมู่บ้านอนาคตไกล นิสัยโคตรพระเอก ใจดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักพวกพ้อง ชั้นรอดไปคนเดียวไม่ได้ คนอื่นต้องรอดด้วย อ่านแล้วชวนเอาใจช่วย อีกไม่กี่ปีน้องแกก็จะถูกส่งไปเรียนต่อที่โรงเรียนแพทย์อันมีชื่อเสียง แต่จู่ๆ ชีวิตกลับตาลปัตร เฮ้อ นี่สินะ ชีวิตของคนอาภัพในดินแดนของคนที่จ้องจะเอาเปรียบ ดวงซวยระดับที่ เอ้อ เราอ่านถึงช่วงเกือบกลางๆ เล่มไปแล้ว ก็คิดว่าชีวิตตานี่น่าจะดิ่งสุดละมั้ง ยัง ยังลงไปได้อีก ! ไม่แปลกใจถ้าทำไมคนอ่านจะเชียร์เขาคนนี้ ถ้าใครซนไปเปิด Fanart แล้วเห็นรูปคาลาดินโดนคนอื่นกอด(แบบห่วงใย)บ่อยๆ นี่ไม่ต้องแปลกใจ มันคือความอบอุ่นที่ทุกคนอยากให้กับคาลาดิน ยิ้มเยอะ ๆ นะ 😭 นายควรมีความสุข !

ดาลินาร์ โคลิน (Dalinar Kholin) ทหารฉกรรจ์ มากประสบการณ์ ผู้นิสัยเปลี่ยนจากความมุทะลุเป็นความเก็บเงียบ ไม่เริงร่า เคร่งขรึม ขึงขัง จนเพื่อนฝูงทยอยตีจากหลังจากเค้าเสียพี่ชาย — อดีตราชากาวิลาร์ (Gavilar)ไป แถมต้องต่อสู้กับนิมิตที่โผล่เข้ามาในหัวแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยอีก อะไรกันครับนี่ จู่ๆ ผมก็เป็นคนทรงสายมูงั้นรึ 5555 แม้คาแรคเตอร์จะดูเคร่งขรึมจัดแต่ก็ไม่วายใจอ่อนให้กับอาซ้อเนอวานี่(Navani) ที่เดินผ่านตรงไหน ใคร ๆ ก็สะดุด รุ่นแม่แต่ยังสวยไม่สร่าง 55555 มีคนทักว่า Dalinar กับ Navani นี่ถ้าให้แคสต์ Josh Brolin กับ Michelle Yeoh มาจะเข้ากันเลยนะ เอ้อ คาแรคเตอร์เหมาะจริง !

ตัวเลือกนักแสดงอันดับหนึ่งที่คนโหวต
ถ้าสมมุติ The Stormlight Archive ถูกสร้างเป็นคนแสดงในเว็บไซต์ mycast.io
(เป็นเว็บที่ใครเข้าได้เข้ามากดโหวต ไว้ดูเอาสนุกเฉยๆ ว่าคนไหนดูเข้าเค้าคาแรคเตอร์ดี
แต่ไม่มีผลต่อการสร้างหนังใดๆ นะ 5555)

เชอลัน เดอวาร์ (Shallan Davar) คนที่เราชอบคาแรคเตอร์เธอสุด ตั้งแต่ตอนยังไม่อ่านแต่ไปส่องคนวาด Fanart แล้วก็รู้สึกถูกชะตากับกับดีไซน์คนนี้ที่สุด ปักธงเลย 5555 ตอนคนทำโพลว่าชอบตัวละครไหนใน SA. น้อง Shallan ชอบติดโผมาระดับ Top 5 คนชอบน้องเยอะจริงๆ 😂😅 เชอลันผู้รักในงานศิลปะ สเก๊ตซ์ภาพ คำพูดคำจาชอบพูดเวิ่นๆ ยาวๆ จนชาวบ้านทักว่านางพูดไรเยอะแยะ 555555 ถึงอย่างนั้นเธอก็เป็นเดอะแบกของบ้าน เป็นความหวังสุดท้ายของตระกูล Davar ที่นับวันชื่อเสียงในทางลบจะมากขึ้นทุกวันๆ บ้านจะล้มไม่ล้มแหล่ เธอจะกอบกู้สถานการณ์ได้รึเปล่า

ซีรีส์นิยายที่เต็มไปด้วย Fanart, Fan Video อันนี้ตัวอย่างจากเล่มแรก ชอบคลิปแรกมาก(คลิก) เหมือนดูเพลงเปิดการ์ตูน 5555 ดูเพลินๆ (แต่อย่ากดไปดูพวก Fanart เพลินเกินล่ะ เพราะอาจโดนสปอย !)


• ภาวะป่วยทางใจของตัวละคร

เป็นหนังสือที่คนอ่านพูดถึงประเด็นนี้อยู่เหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นนิยายแฟนตาซีและเส้นเรื่องไม่ได้พูดถึงหัวข้อภาวะป่วยทางใจ (Mental Illness) โดยเฉพาะแต่มันเป็นองค์ประกอบที่ต่อเติมตัวละครเหล่านั้นขึ้นมา เนื่องด้วยมันเป็นหนังสือที่ลงมิติตัวละครเยอะนั่นทำให้คนอ่านโดนดึงเข้าไปถึงสภาวะจิตของตัวละครแต่ละตัวว่าเจออะไรกันมาบ้าง หลายๆ ตัวในเรื่องนี้มีภาวะป่วยกันทั้งนั้น บางตัวมีภาวะซึมเศร้า (Depression), PTSD, Autistic, การทารุณสัตว์ (Animal Abuse) และอื่นๆ จนอ่านแล้วชวนเอะใจขึ้นมาได้ว่ามันมีจุดนี้ที่แบรนดอนเขียนขึ้นมาให้คนอ่านสังเกตได้

• ฉากบู๊มาน้อยแต่มานะ

หากเทียบกับ Mistborn เล่มแรก จำนวนฉากบู๊ใน SA ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มเหนี่ยวขนาดนั้น มันมีฉากดวลดาบใหญ่ๆ บ้างแต่ไม่ได้ใส่มาจนจุก แต่ถือว่ามีพอหอมปากหอมคอ ยิ่งในช่วงฉากไคลแมกซ์ประจำเล่ม แบรนดอนก็เหมือนบ่มเพาะปมทั้งหลายไว้จนสุกดี พอมาถึงโค้งสุดท้ายของหนังสือ ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางจนเกิดเป็นฉากคอมโบไคลแมกซ์ที่ทำเอาคนอ่านตื่นเต้นไป ถ้าเอาดนตรี EPICๆ มาใส่ประกอบฉากนี้น่าจะระทึกน่าดู เพราะมันอ่านเพลินมาก ลุ้นตัวโก่งชนิดที่เหมือนนักแสดงมาเตะต่อยให้เราเห็นตรงหน้า ในใจถึงกับตะโกนขึ้นมาว่า สู้เค้าสิวะ!! อีหญิง เอ๊ย !

คลิกเพื่อดูสปอย ฉากไคลแมกซ์

สู้เค้าสิวะ คาลาดิน ไปเลย ไปๆๆๆๆ ลุยๆๆๆ ถล่มม๊านนนนน !!!! 😭😭😭

จังหวะที่คาลาดินรีบฮึดวิ่งไปช่วยกองทัพดาลินาร์ที่กำลังโดนต้อนจนมุม และได้ใช้พลังที่ตื่นขึ้นในตัวเขา

ปกฮังการีตัวนี้ทำถึงมากๆ ! มันฟีลนี้เลย แบบพุ่งไปเล้ยยย คาลาดิ๊น !!!!!

• จุดฉุดความสนุก

เนื่องจากนิยายเล่มนี้เป็นแฟนตาซีที่ปูเซตติ้งโลกใหม่ทั้งหมด ศัพท์หรือการอธิบายอะไรหลายๆ อย่างนั้นสร้างขึ้นมาใหม่ ศัพท์กิริยาบางตัวที่ไม่เคยเจอในชีวิตประจำวันก็มาเจอในเรื่องนี้

การพรรณนาบางช่วง ฉากบู๊ หรือฉากอากัปกิริยาต่างๆ เราแกะไม่ออกว่าเข้าใจถูกมั้ย เรื่องอื่นที่อ่านของแบรนดอน เราไม่ติดขัดเท่าเรื่องนี้จนถึงต้องหาภาพตามเน็ตดู จนพอไปอ่านตามเว็บบอร์ดนอก ก็เออ มีคนงงเหมือนเรานี่หน่า 😂 เช่นฉากแบกสะพานของกองทัพ Sadeas ที่แม่ทัพขิงนักขิงหนาว่านี่คือยุทธวิธีที่ใช้แล้วเคลื่อนทัพเร็ว เราอ่านแล้ว งง อะไร หยุดๆ ยกๆ ยื่นๆ เลยไปเปิดตามเน็ตหา Fanart ดู ก็เข้าใจมากขึ้นว่า อ๋ออออ มันใช้ทาสเคลื่อนสะพานท่านี้นี้เอง

ด้านบนคือภาพวาดอธิบายว่าเหล่านายสะพานแบกสะพานข้ามรอยแตก (Chasm) ได้ยังไงในที่ราบระแหง (Shattered Plains) สถานที่ซึ่งเป็นสนามรบระหว่างมนุษย์กับเผ่าพาเชินดี้ (Parshendi) ภาพวาดจากกระทู้นี้

พูดถึงเรื่องการเดินและแบกสะพาน หน่วยทาสสะพานสี่ (ฺBridge Four) นั้น…

คลิกเพื่อดูสปอย ยังมีท่าแบกสะพานด้านข้างที่ฝึกซ้อมกันเอง ตอนอ่านงงจริงจังเพราะรูปขบวนมีการพลิกซ้ายและขวา มันจะพลิกไปข้าง ๆ จากที่แบกไว้ข้างบนหนักๆ ได้ยังไง ไม่ล้มก่อนเรอะ อ่ะ ก็เดินซิกแซก หัวท้ายสลับกันเป็นหัวขบวนสิ เอ้อ พอได้เห็นรูปก็เก็ทชนิดแสงวาบลงหลังหัว เมคเซนส์ขึ้นมาเลยทีเดียวเชียว 555555

รูปวาดจากกระทู้นี้

• สรุปรีวิว Stormlight Archive 1: The Way of Kings (ไม่สปอย)

เป็นนิยายเล่มเปิดตัวจากมหากาพย์แฟนตาซีที่คนเขียนวางแผนไว้ถึงสิบเล่ม ใช้เวลา 14 ปีในการเขียนออกมา 5 เล่ม ก็คงต้องรออีกสักอย่างน้อยสิบปีกว่าจะจบ 55555 เกมส์ยาวๆ

นิยายที่เน้นลงลึกมิติตัวละคร ไม่ต้องกลัวว่าตัวละครจะแบนราบแล้วเดินเรื่องฉับๆ แน่นอน เพราะเรื่องนี้ทำกลับกัน ใครชอบเรื่องที่เขียนตัวละครลึกๆ ไม่แสลงเรื่องนี้แน่นอน แถมจะรู้สึกสงสารหรืออยากเตะตัวละครบางตัวแน่นอน 5555 อาจต้องอดทนในความยาว 1,000 หน้าของมันซะหน่อย รวมถึงการพรรณนาและรูปภาษาในหลายๆ ช่วงที่น่าจะงงจนต้องไปตามหารูปประกอบที่แฟนๆ วาดหรือการอธิบายเพิ่มเติมตามเว็บต่างๆ

@cosmere_junkie Its not for everyone. But it is for most people i think! #cosmere #brandonsanderson #books #bookish #bookishmemes #thewayofking #stormlightarchive #booktok #cosmeretok #reading ♬ original sound – Cosmere Junkie

(↑ มีม TikTok เมื่อเพื่อนคุณอ่านถึง 200 หน้าแต่เหลืออีกตั้ง 800 หน้า…เพื่อนไม่ไหวแล้ว ไม่ดิ สู้ดิเฮ้ย อ่านเป็นเพื่อนเราก่อนนนน !!! 🤣😭)

อย่างไรก็ตาม หนังสือได้แสดงศักยภาพที่จะเฉิดฉายในเล่มหลังๆ เช่น การวางโครงเซตติ้งโลกที่หนาแน่นไปด้วยองค์ประกอบ, ประวัติศาสตร์โลกในอดีต, อาณาจักรต่างๆ, วัฒนธรรม ชนเผ่า, ลัทธิ ความเชื่อ ศาสนา, ระบบพลังที่ดูยังไม่เปรยมากแต่พอจะเห็นภาพลาง ๆ นิดหน่อย รอให้เปิดปมต่อในเล่มถัดๆ ไป


ฉากบู๊ไม่ห่วงแต่อย่างใด เดิมทีการเขียนของคนเขียนคนนี้ก็เขียนคิวบู๊ชนิดพรรณาได้เห็นภาพประหนึ่งดูหนังเป็นของถนัดของคนเขียนอยู่แล้ว แม้เล่มนี้จะยังไม่ได้ใส่มาจัดหนักเล่าคิวบู๊จัดเต็มหากเทียบกับนิยาย Mistborn เล่มแรก แต่ก็ยังใส่ฉากบู๊ใหญ่ๆ ที่ทำให้คนอ่านรู้นะว่าคนเขียนแกมีของ

ยังมีอะไรรอเราอีกมากใน Stormlight Archive เล่มถัดๆ ไป….

แล้วเจอกันในเล่ม 2: Words of Radiance แต่จะอ่านเมื่อไหร่ แล้วเขียนบทความจบตอนไหน จะมาอัปเดตลิงค์ในที่นี้อีกทีนะฮ้าบบบ

รอดูตัวซีรีส์ทีวีด้วย ! ขอให้ออกมาปังๆ มันจะได้แมสๆ ด้อมจะได้ขยายใหญ่ขึ้น 55555 อยากให้คนมาเสพงานชั้นดีนี้เยอะๆ

• แนวโน้มฉบับแปลไทย จะมาเร็วๆ นี้ไหม? (อัปเดตธ.ค. 2025)

(หัวข้อนี้อัปเดตตอนช่วงปลายปี 2025 )

มีลูกเพจถามในสำนักพิมพ์ Words Wonder เป็นสำนักพิมพ์ที่แปลผลงานของแบรนดอนมาหลายต่อหลายเรื่อง ในโพสเฟสบุ๊กนี้ ว่าซีรีส์ The Stormlight Archive จะมีลุ้นกับเค้าไหม ซึ่งทางแอดมินได้บอกว่ามีลุ้น ซึ่งอย่างใกล้ก็ พ.ศ. 2570 (2027) ใครรอฉบับแปลไทยก็ได้มีลุ้นกันล่ะ ส่วนตัวคิดว่าถ้าฉบับไทยมาจริงอาจจะต้องแบ่งเป็นภาคละสองเล่มเหมือนที่ It (อิท) สำนักพิมพ์แพรวทำ ความยาวพันหน้าเช่นกัน(ตัวอย่างคลิก) เพราะวงการหนังสือบ้านเราใช้กระดาษเกรดหนาด้วย ถ้าเข้าเล่มพันหน้าให้จบในเล่มเดียวก็คงลำบากน่าดู เลยต้องแบ่งเป็นสองเล่ม จึงเป็นไปได้ว่า The Way of Kings ก็อาจต้องแบ่งเป็นสองเล่มด้วย

สำหรับเรา

ลูกเพจสอบถามความเป็นไปได้ของ Stormlight ฉบับแปลไทย

• ลุ้นว่าแปลไทยจะไปทางไหน ทับศัพท์หมดหรือบัญญัติคำไทนครึ่งครึ่ง ?

ส่วนเราก็มารอดูว่าทิศทางการแปลไทยจะเป็นแบบใด เพราะศัพท์เสกใหม่ในซีรีส์นี้มีเยอะมาก บางทีต้องเลือกว่าจะไปทางทับศัพท์ดี หรือบัญญัติคำไทยขึ้นมาใหม่ ไม่ก็ต้องพบกันครึ่งทาง บางส่วนใช้ทับศัพท์บ้าง บางส่วนบัญญัติคำใหม่บ้าง ยกตัวอย่างเช่น

  • Highprince (เจ้าครองแคว้น) ยศที่ฟีลเหมือนผู้ครองแคว้น ปกครองอาณาบริเวณต่างๆ
  • Brightlord คำเรียกให้เกียรติคนชนชั้นฝั่งผู้ชายนัยน์ตาสีสว่าง (Lighteye) ซึ่งเป็นชนชั้นที่สูงกว่าชาวนัยน์ตาสีดำ Darkeye หากเป็นผู้หญิงจะใช้คำว่า Brightness อันนี้คิดเป็นคำไทยแล้วยากจริง😅 ถ้าสมมุติเอาคำบาลีสันสกฤตมาด้วยแล้วอยากคงความ Bright(สว่าง) แล้วก็แยกคำเรียกให้รู้ว่าพูดถึงชายหรือหญิงก็คงเป็น นรรัศมี(ช), นารีรัศมี(ญ) หรือกระชับขึ้นมาหน่อยเป็น พระพราว(ช)/พระแพรว(ญ) เล่นกับคำว่าพราวแสง/แพรวแสง หรือ เฉิดฉาย(ญ)/ฉกรรจ์ฉาย(ช) ทำนองนี้ อ่ะ…ไปเรื่อยแล้ว ฮ่าๆ
  • Almighty, Stormfather ชื่อตัวตนเบื้องสูงต่างๆ ซึ่งยศความใหญ่ก็ไม่เท่ากันด้วย ถ้าคำไทยก็คงเป็นประมาณ Almighty: สรรพานุภาพ, Stormfather: บิดรวายุ
  • Herald ชื่อยศที่ไว้เรียกกลุ่มในตำนานกลุ่มหนึ่ง ก็คงประมาณ เทวทูต
  • Voidbringer ชื่อเรียกสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ความหมายตามชื่อจริงๆ คือถ้าเจ้าพวกนี้มาเยือนเมื่อไหร่ พวกเขาจะนำพาความว่างเปล่ามาสู่โลก ถ้าบัญญัติเป็นคำไทยเอาคำว่าว่างเปล่าแนวพุทธอย่าง สุญญตา มาใช้ก็อาจจะเป็น สุญญพาหะ(ฟังแล้วดูเป็นเชื้อโรคร้ายนะ 5555) หรือบิดคำจากเดิมไปนิดนึงเป็น อันตรธานชน(ผู้คนแห่งความว่างเปล่า)
  • Storms เป็นคำสบถของคนในเรื่องนี้ วิธีใช้คล้ายๆกับ เxี้ย หรือ F–k เพราะจะอุทานแบบโดดๆ หรือเอาไปต่อกับประโยคพูดก็ได้ เช่น
    • เมื่ออุทาน Storms เฉยๆ เท่ากับ ไอ้เxี่ยนี่ หรือ เxียเอ้ย ! ถ้าเป็นไทยน่าใช้ พัดผ่า (ยืมคำมาพับผ่า คำอุทานที่ไม่ได้เห็นนานแล้ว แต่ก็มีความลมพัดให้รู้สึกว่าเข้ากับ Storm ที่เป็นพายุ)
    • เอาไปอยู่ในประโยคเช่น You’re a storming bridgeman = เมิงเป็นแค่ไอ้เxี้ยแบกสะพาน ! ในกรณีนี้ใช้พัดผ่ามาใส่ก็คงแปร่งๆ รึจะบิดคำดี ให้เพี้ย ไอ้ พ่า 🤣🤣

ตอนเราอ่านก็รู้สึกว่ามันมีความยากของมันเหมือนกันนะ แบบบางทีก็นั่งคิด เอ้อคำนี้จะแปลเป็นไทยๆ จะเป็นท่าไหนดีนะ ต้องซูฮกให้คนแปลจริงๆ เพราะมันเป็นโปรเจกต์ที่ใช้พลังแปลพอสมควร

• คะแนนเล่มหนึ่ง (★★★★☆)

The way of kings last page
จบกันไปแล้วกับรีวิวเล่มที่หนึ่ง แล้วพบกันเล่มต่อไป !

• วิธีการออกเสียงชื่อตัวละคร/สถานที่

อ้างอิงจากหนังสือ Stormlight World Guide ที่เพิ่งปล่อยปี 2025 พอมาเปิดดูก็พบว่า…เราออกเสียงผิดไปหลายตัวมาก 5555 ขอยกเฉพาะตัวอย่างที่ออกเสียงยากๆ

เราเขียนคำอ่านอังกฤษจากหนังสือและถอดคำไทยอีกที ในคอลัมน์ที่สามอาจเป็นเสียงไทยที่ไม่ถูกต้องที่สุด

ชื่ออังกฤษเสียงอ่านภาษาอังกฤษเสียงอ่านภาษาไทย(อาจไม่เที่ยงตรงที่สุด) ตัวหนาคือลงเสียงหนัก
AmaramAM-uh-ramอัมเมอรัม
Alethiuh-LETH-eeอเลธี (เออะเลธี ออกเสียง เออะ เบาๆ)
ElhokarEL-oh-karเอลลอการ์
Jah KevedYAH kuh-VEDยาห์ คุเวต
JasnahYASS-nahยาสนาห์
KaladinKAL-uh-dinเอาเป๊ะๆ คือ คาเลอดิน/คัลเลอดิน
ลงเสียงหนักที่ค.ควาย แต่เพื่อความสะดวก จึงของเขียนคาลาดิน (กลัวเขียนคาเลอดิน แล้วคนจะไปออกเสียง เลอ หนักแทน 5555)
MoashMOH-ashโมแอช
Renarinruh-NAR-inเรอนาริน
Shallanshuh-LAHNเชอลัน
TaravangianTAYR-uh-VAN-je-uhnเทเรอแวนเจียน ทำไมมันฟังดูคล้ายๆ Terror Vangeance เลยนะ 55555
TvlakvTv-LAH-kuvเป็นตัวที่ทุกคนมีปัญหาในการออกเสียงเยอะมาก 55555 แบรนดอนตอบในโพส X ว่าอ่านว่า Tv-LAH-kuv อาจจะเป็นได้ทั้งทุฟลาคูฟ หรือ ทิฟลาคูฟ

• เกร็ดน่ารู้ประกอบการอ่าน Stormlight Archive และจักรวาลหนังสือของ Sanderson (🚨 สปอยเนื้อหาเล่มอื่นๆ ที่ Sanderson เขียน)

ใครที่ตามอ่านนิยายของแบรนดอนหลายๆ เล่ม น่าจะคุ้นเคยคำว่าคอสเมีย (Cosmere) ซึ่งเราเคยอธิบายไว้ในอีกโพส: เริ่มอ่านนิยายแฟนตาซีของ Brandon Sanderson เริ่มยังไงดี ? Cosmere คืออะไร ?

มันคล้ายกับ Marvel Cinematic Universe เพราะจักรวาลนี้มีความหมายตามตัวอักษรจริงๆ คือ Universe กล่าวคือในแต่ละเรื่อง ตัวละครจะใช้ชีวิตและเดินเรื่องบนดาวนั้นๆ ซึ่งจักรวาลคอสเมียนี้ไม่มีดาวโลก (Earth)

เดิมทีนิยาย The Rithmatist เคยอยู่ในคอสเมียมาก่อนโดนแบรนดอนถอดออก เพราะด้วยความที่เซตติ้งของเรื่องอ้างอิงวัฒนธรรมโบราณที่คล้ายคลึงกับโลกจริง จึงทำให้เจ้าตัวต้องทำการค้นคว้าข้อมูลและกินเวลากว่าที่คิด จึงตัดสินใจถอดซีรีส์นี้ออกจากคอสเมียแล้วกลายเป็นโปรเจกต์ลูกคนรองที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีกไป (มีลุ้นเล่มสองก็ปี 2030 ตามที่เขียนในอีกโพสเลย)

กลับเข้าสู่จักรวาลคอสเมีย ตัวอย่างซีรีส์ที่อยู่ในจักรวาลนี้ เช่น Mistborn (รีวิวภาคหนึ่ง) เดินเรื่องบนดาว Scadrial / ซีรีส์ Warbreaker อยู่บนดาว Nalthis / ซีรีส์ Elantris (รีวิว)+The Emperor’s Soul (รีวิว) อยู่บนดาว Sel ส่วน The Stormlight Archive อยู่บนดาว Roshar

ซึ่งที่จริงตัวคนเขียนหรือแฟนๆ หลายคนก็ไม่ได้แนะนำให้อ่าน SA เป็นเรื่องแรก นั่นก็เพราะถ้าอ่านเรื่องอื่นมาก่อน เช่น Mistborn คนอ่านจะมีความคุ้นเคยกับระบบพลังอยู่บ้าง ทำให้พอมาอ่าน SA จะสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ไวขึ้นหรือสังเกต Easter Eggs ที่แซมๆ เข้ามาได้

แต่เอาจริง อยากอ่านอะไรก่อนก็อ่านได้แหละ 😂😂 แต่เข้าใจในแง่ที่ว่าคนเขากลัวผู้อ่านหน้าใหม่จะงงเต้กหรือวิ่งหนีหนังสือเล่มหนาพันหน้า ขออ่านหนังสือที่มันบาง ๆ ไปซะก่อน แถมยังเขียนซีรีส์นี้ไม่อวสานด้วย ดังนั้นคำแนะนำให้อ่านเรื่องอื่นชิมลางก่อนมาอ่าน SA ก็ถือว่ามีเหตุผลล่ะนะ

และที่เราเกริ่นไว้ในโพสแนะนำลำดับการอ่านหนังสือของ Brandon Sanderson ว่าในจักรวาลคอสเมียมีดาวหลายๆ ดวง แต่ละดวงมีระบบนิเวศและเงื่อนไขการใช้พลังที่แตกต่างกันออกไป เช่น การกินโลหะเพื่อใช้ความสามารถ, การเขียนอักขระเพื่อใช้คาถา, การหายใจเข้าออกเพื่อใช้วิชา แต่พลังงานดิบที่เป็นหัวเชื้อให้พลังเหล่านั้นมาจากแหล่งเดียวกัน ซึ่งขุมพลังงานดิบนั้นคือ Investiture (อันนี้ถ้าใครเคยอ่านการ์ตูนนารุโตะ(นินจาคาถา โอ้โฮเฮะ) จะมองว่ามันคล้ายกับจักระ ที่นินจาจะดึงจักระในตัวมาก่อนร่ายเป็นคาถาต่างๆ เช่น คาถาแยกเงาพันร่างเอย คาถาอัญเชิญกบเอย จักระที่เดิมเป็นพลังงานดิบก็จะถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นผลลัพธ์ตามคาถานั้นๆ)

อย่างในนิยาย Mistborn วิชาโลหะศาสตร์ (Allomancy) ก็เป็นวิชาที่ใช้ Investiture บนดวงดาว Scadrial (ดาวเซตติ้ง Mistborn)

พูดถึง Investiture ไปแล้วก็ต้องพูดถึงอีกคำคือชาร์ด (Shard) มันคือเศษเสี้ยว 16 ชิ้นที่แตกกระจายจากพระเจ้าผู้ให้กำเนิดจักรวาลคอสเมีย พระเจ้าผู้ให้กำเนิดนี้คือ Power of Creation หรือ Adonalsium (เรามี The Almighty ที่ดูเป็นพระเจ้าเหนือพระเจ้า[God] ไปแล้ว เรายังมีพระเจ้าผู้สร้างจักรวาลคอสเมียอีกแฮะ มีพระเจ้าของพระเจ้าอีกที นี่มันยังกะไฟล์ส่งงานเวอร์ชั่นไฟนอลในไฟนอล 55555)

แต่ละ Shard มีพลังที่แตกต่างออกไป บ้างก็มีไว้เพื่อทำลายล้าง บ้างก็มีไว้เพื่อรักษาให้คงอยู่ ซึ่ง Shard เหล่านี้มีพลังงาน Investiture อันมหาศาลอยู่ ให้เห็นภาพง่าย ๆ Shard มักจะมีบทคล้ายๆ พระเจ้าในซีรีส์นั้นๆ เช่นถ้าใครเคยอ่าน Mistborn จนจบเล่ม 1-3 ไปแล้ว (ภาคหนึ่ง) ก็คงรู้จักสองชื่อนี้ ได้แก่

คลิปเพื่อดูสปอย Mistborn เล่ม 1-3 Preservation กับ Ruin ที่ปรากฏในเล่มสาม ซึ่งหลายคนอาจจะตั้งตัวไม่ทัน เพราะเล่ม 1-2 ยังดูสู้กับคนธรรมดาอยู่เลย แต่ไหงเล่มสามมันขยายสเกลไปสู้กับพระเจ้าได้ซะนี่ วินถือพลังของ Preservation ไปสู้กับ Ruin เอ๊ะๆ ยังไงน๊อออ…คนที่อ่านเรื่องนี้ใหม่ๆ เช่นเราในตอนนู้น คงคิดว่าทำไมมันดูจะออกทะเลจังนะ แต่ที่จริงก็คือแบรนดอนกะให้มันทะลุจักรวาลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว 55555 ซึ่งสองมวลสารนี้ก็เองเป็น Shards เช่นกัน และในตอนจบเล่มสาม Preservation กับ Ruin ก็ถูกหลอมรวมให้กลายเป็นหนึ่งเดียวนั่นคือ Harmony (เฮีย Sazed จาก Mistborn นั่นเอง)

แม้ตัวละครในแต่ละดาวดูจะไม่รู้เรื่องอะไรว่านอกโลกยังมีสิ่งมีชิวิตอื่น ๆ อีก แต่มันก็มีคนที่รู้บ้างละน่าาา คนที่ซนท่องแวะดาวคนอื่นเค้าไปทั่ว เช่น พี่ Hoid (รูปคำใบ้คุกกี้ Chip Ahoy ข้างบนหมายถึง ชิพ อะฮอย ไงล่ะ จะมีคนเก็ทคำใบ้มั้ยเนี่ย ! 5555)

Hoid เป็นแขกรับเชิญในหลายเล่ม ไม่ว่าจะใน Mistborn (โผล่มาแว๊บๆ จนต้องกลับไปอ่าน), มาเป็นรูปปั้นนางกวักของร้านราเมงใน Yumi and the Nightmare Painter (รีวิว), เป็นเพื่อนร่วมเดินทางกับเทรสท่ามกลางมหาสมุทธสีเขียวปั๊ดใน Tress of the Emerald Sea (รีวิว) พี่แกร่อนไปทั่วจริงๆ 🤣🤣แต่ดูมีบทเยอะสุดก็ตอนมาเล่นเป็น Wit ใน SA นี่ล่ะ

นอกเหนือจาก Hoid ยังมีคนอื่นๆ ซึ่งเราเรียกเหล่าผู้ท่องจักรวาลนี้ว่า Worldhopper ผู้ที่มีทั้งฝั่งธรรมะและอธรรม อย่าง Ghostbloods เองก็เป็นหนึ่งในองค์กร Worldhopper ด้วยเช่นกัน ซึ่งยิ่งถ้าใครอ่าน Mistborn ถึงเล่ม 7 จบแล้ว (รีวิวภาคสอง) ก็จะรู้ว่า…

คลิปเพื่อดูสปอย Mistborn ถึงเล่ม 7 (จบภาค 2) เฮีย Kelsier ก็มีส่วนในกลุ่ม Ghostbloods ด้วย แทนที่เฮียแกจะยอมจากไปแบบหมดห่วงเหมือน Vin/Elend เฮ้อออ เฮียไม่รับรู้ถึงความอนิจจัง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป ยังจะป้วนเปี้ยนแทรกแซงกิจธุระคนอื่นเขาไปมาอีกน้า 55555 ชักจะหมดราศีฮีโร่ผู้กอบกู้ที่เคยสร้างชื่อไว้ในภาคหลักไปละ

เอาเท่านี้ก่อนแล้วกัน เพราะเราก็ยังไม่ได้อ่านทฤษฎีในฝั่ง Cosmere เยอะ แฮฮฮ่ ไว้มาตามอัปเดตเรื่องราวของ Cosmere ไปด้วยกันอีกทีได้

• รีวิว Stormlight Archive 2: Words of Radiance + 2.5 Edgedancer

บล็อกรีวิวเล่ม 2 (Words of Radiance) + เล่มเสริม 2.5 (Edgedancer) มาแล้วน้า รอบนี้สปอยแหลกกันแน่นอน ไปตามอ่านกันต่อได้ คลิก

รีวิวเล่มที่ 2+2.5 มาแล้ววว กดลิงค์ด้านบนได้เลย

♦ ซัพพอร์ต/สนับสนุนคนเขียนบน ko-fi กันได้น้า

หากคุณชอบคอนเทนต์ของพวกเรา อยากเป็นสายซัพ สนับสนุน ช่วยค่าขนมและกาแฟ เป็นครั้งคราว สามารถซัพพอร์ตที่ ko-fi ได้จ้า (www.ko-fi.com/gleegmjournal) คลิก

support gleegmjournal on ko-fi

ติดตามและพูดคุยเรื่องหนังสือกันต่อได้ที่ goodreads | About Me

• แหล่งซื้อหนังสือ +บทความรีวิวหนังสืออื่น ๆ + ช่องทางติดตามผู้เขียน

📌 เริ่มอ่านนิยายแฟนตาซีของ Brandon Sanderson เริ่มยังไงดี ?

🪐 รีวิวผลงานอื่นๆ ของ Brandon Sanderson

🌈 Warbreaker หายใจเข้าหายใจออกกับแสงสีทั้งเจ็ด

🗼Elantris เจ้าชายผู้ตกอับผิวเป็นสีเทา โดนเนรเทศไปอยู่เมืองใกล้หมดลมหายใจ

📚 ซื้อหนังสือ The Way of Kings แบบเล่มภาษาอังกฤษใน Kinokuniya คลิก

📚 มีรีวิวของเราฉบับภาษาอังกฤษอยู่บน goodreads ด้วยเช่นกัน

🏀 บล็อกหัวข้อกีฬา คลิก | 📺 รีวิว Anime อนิเมะ |🎧 รีวิว Music ดนตรี | 🎬 รีวิว Film Series หนัง ซีรีส์ 📊 Data Analytics – Tech | สารพันวงการ Data และเรื่อง Techๆ | 🪴 สารบัญรีวิวทุกประเภท All Reviews

Loading

Similar Posts