| |

The School for Good and Evil รีวิวนิยายยำยำเหล่านิทานฉบับไตรภาคแรก (เล่ม 1-3)[มีปุ่มซ่อนสปอย] & รีวิวหนัง Netflix

The School for Good and Evil cover 1-3
The School For Good & Evil เล่ม 1-3 ไตรภาคแรกจากทั้งหมด 8 เล่ม
(1-6 คือเนื้อเรื่องหลัก เล่ม 7-8 คือภาคศูนย์)

รีวิว The School for Good and Evil

ช่วงมหาลัยเป็นช่วงที่เรากระเหี้ยนกระหือรือในการหาอ่านนิยายมาก เพิ่งซื้อ Kindle มาด้วย โหลด ebook มาอ่านสนุกเลย 55555 ตอนนั้นเข้าไปส่องนิยายแนว Fantasy เอย Sci-fi เอยและเรื่องนี้ก็อยู่ในอันดับต้น ๆ ที่ตอนนั้นคนแนะนำมา ตอนอ่านเรื่องย่อมันก็ดูเด็ก ๆ ใส ๆ นะ แต่ด้วยความอยากลองและวัยนั้นเราไม่ค่อยเรื่องมากในการที่จะคัดมาอ่านแต่ละเรื่อง ก็เลยเออ ๆ ลองดูหน่อยละกันมันคงไม่เสียหายอะไร เอาเข้าจริงซีรีส์นี้ก็มีถึง 6 เล่มจบ (แยกเป็นไตรภาค 1-2) แถมได้ประกาศทำเป็นหนังบน Netflix ฉายปี 2022 ด้วย ว่าแล้วเราต้องมาเขียนรีวิว/เมาท์มอยความรู้สึกก่อนหนังจะออกสักหน่อย !

บทความนี้มีการคลุมสปอยบางส่วน โดยสามารถกด Popup เพื่อเปิดปิดข้อความสปอยได้
แต่ถ้าหากผู้อ่านต้องการหลบสปอยเนื้อหาสำคัญทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย สามารถเลือกอ่านเฉพาะหัวข้อที่มีสัญลักษณ์✅ อยู่ด้านหน้า ซึ่งก็คือสามหัวข้อต่อไปนี้
-✅เนื้อเรื่องย่อเล่ม 1
-✅ รีวิวเล่ม 1
-✅สรุปภาพรวมหนังสือ The School For Good & Evil —ไตรภาคที่ 1
ส่วนสัญลักษณ์🚨 คือมีการสปอยเนื้อหาสำคัญ
หลังจากจบสรุปภาพรวมหนังสือ สามารถอ่านได้ตามปกติ

สารบัญ

วิธีการอ่านแบบหลบเลี่ยงสปอย (อ่านเฉพาะหัวข้อที่มี ข้างหน้า)


เล่ม 1

✅ เนื้อเรื่องย่อเล่ม 1

The School For Good & Evil (ต่อจากนี้ขอย่อว่า SGE) ในหมู่บ้าน Gavaldon ทุกๆ 4 ปี จะมีเด็กถูกพลังงานลึกลับลักพาตัวไป รู้ตัวอีกทีเรื่องราวของเด็กพวกนั้นจะไปโผล่อยู่ในหนังสือนิทาน พวกเค้าจะมีสตอรี่เป็นของตนเอง อาจจะเป็นตัวเอก/ตัวร้าย/ลูกสมุน/หรือสัตว์…(คือโดนลากมาอีกโลกแล้วสุดท้ายชั้นได้กลายเป็นสัตว์ในนิทานงี้ ? ฮัลโหลลล 555)ในนิทานนั้นของร้านหนังสือแห่งหนึ่งในตัวเมือง ตัวละครหลักของเรา โซฟีสาวน้อยสดใส เบิกบาน ลุคโคตรจะสาวหวานกับเพื่อนซี้ของเธอ อกาธา ที่ลุคและนิสัยสุดจะขั้วตรงข้ามกับโซฟี โซฟีรู้สึกว่าชีวิตในหมู่บ้านนี่มันแย่ซะเหลือเกิน อยากโดนพลังงานลึกลับนี่ลักพาตัวไปสักที และแล้ววันหนึ่งโซฟีถูกลักพาตัวไปจริง ! อกาธาที่พยายามรั้งเพื่อนไม่ยอมให้พลังงานลากโซฟีไปง่าย ๆ แรงสู้เค้าไม่ได้เลยโดนลักพาตัวไปสองคน 55555
เมื่อพวกเธอถูกพลังงานลักพาตัวไป พลังงานนั้นจะทำการส่งพวกเธอไปโรงเรียนขัดปลวก ฝึกวิชาเพื่อให้พวกเธอเป็นตัวละครนิทานโดยสมบูรณ์แบบ โรงเรียนนี้ก็คือ School For Good & Evil ที่มีสองตึกด้วยกัน ตึกนึงจะเป็นตึกฝ่ายธรรมะสอนให้นักเรียนในนั้นเป็นตัวละครฝ่ายดี(ครูใหญ่ประจำตึกคืออาจารย์คลาลิซซ่า โดวีย์) และอีกตึกหนึ่งเป็นตึกฝ่ายอธรรมสอนนักเรียนให้เป็นตัวละครฝ่ายชั่วร้าย(ครูใหญ่ประจำตึกคือเลดี้ เลซโซ่) ซึ่งทั้งสองตึกจะมีผอ.สูงสุด (School Master) โดยบนยอดสุดนั้นจะมีปากกาวิเศษชื่อ Storian ที่จะคอยบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัวที่เกิดขึ้น



แน่นอนโซฟีสาวน้อยลุคโลกสวยของเราและอกาธาผู้อึมครึมควรจะได้กระเด็นไปอยู่โรงเรียนฝ่ายธรรมะกับอธรรมตามลำดับใช่มั้ยละ ปรากฏว่าไม่จ้าาาา โซฟีไปอยู่โรงเรียนฝ่ายอธรรม ! อกาธาไปอยู่ฝ่ายธรรมะ ! อ้าวเอ๊ะ ยังไง มันแปลกๆรึเปล่า นี่มันคนละเรื่องกับที่ควรจะเป็นเลยไม่ใช่เรอะ !!! สภาพแวดล้อมในโรงเรียนกับตัวชั้นมันแสนจะคนละขั้วแต่ไม่ว่าพวกนางจะพิสูจน์กันท่าไหนว่าพวกเค้าคู่ควรจะได้ไปอยู่อีกตึกนึง ไม่ว่าจะในคลาสเรียน หรือบททดสอบต่างๆ (มีบททดสอบให้นักเรียนเข้าไปสู้กันในป่าด้วย เหมือนสอบจูนินรอบ 2 ในนารุโตะเลย…เก่าไปมั้ยนะ ยกตัวอย่างเป็นงานสานสัมพันธ์ของโรงเรียนไสยเวทของ Jujutsu Kaisen น่าจะอัพเดตกว่าเนอะ) ยิ่งทำให้เรื่องแย่เข้าไปอีก ความสัมพันธ์อันซี้ปึ้กระหว่างโซฟี อกาธาจะยังอยู่ดีมั้ย? และภัยร้ายที่แท้จริงที่ค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาโดยที่เหล่านักเรียน SGE ไม่ทันได้สังเกต มันจะเป็นยังไงกันต่อ ต้องไปอ่านต่อกันแล้ว !

Sophie

🚨 พูดคุยหลังอ่านเล่ม 1 จบ (สปอยเนื้อเรื่องสำคัญเล่ม 1)

ตัวละครในโรงเรียนมีตัวละครจากเทพนิยายต่าง ๆ ที่เราคุ้นตากัน Cinderella เอย Arthur เอย Geppetto (คุณปู่ใน Pinocchio) ก็มีบทบาท(รอง) ส่วนมากตัวละครดังๆ เหล่านี้เป็นตัวละครรุ่นพ่อรุ่นแม่ นอกนั้นจะเป็นตัวละครฝั่งรุ่นลูกซึ่งเป็นเจนเดียวกันกับโซฟี อกาธา


หลังจากอ่านจบในเล่มแรก มันสนุกกลาง ๆ ตามสไตล์งาน Middle Grade มีจุดตัวละครทำแอ๊คชั่นที่มันอิหยังวะ การงอน การเข้าใจผิดต่างๆ ความลังเล ยึกๆยักๆ ที่ดูเด้กกกเด็ก(สมวัย) ความขี้เหวี่ยงของโซฟี ความอึนของอกาธา ชอบคอนเซปต์เรื่องที่ว่าความดีความงามมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปพรรณเหมือนความเชื่อสมัยก่อน คุณจะดีไม่ดีมันอยู่ที่นิสัย (แต่ก็ไม่ทั้งหมด บางส่วนยังคงเป็นคอนเซปต์สไตล์นิทานดั้งเดิมอยู่เช่น ชื่อวิชาในโรงเรียนที่ฝั่งธรรมะเรียกวิชา Beautification ส่วนฝั่งอธรรมเรียก Uglification ซึ่งจริง ๆ จะให้มองว่าคล้าย ๆ เวลาพวกเราไปเล่นเกมส์ออนไลน์แล้วเลือกว่าจะเล่นสังกัดธรรมะหรืออธรรมแต่ไม่จำเป็นที่เนื้อแท้ต้องร้ายต้องดีตามนั้นจริง ๆ ก็ได้นะ) ส่วนการใช้เวทมนตร์ออกจะธรรมดาไปนิด ไม่ได้มีไม้กายสิทธิ์แบบ Harry Potter เป็นการเอานิ้วชี้เสกคาถานี่แหละ พลังจะออกมาจากนิ้วยิงโป้งๆๆๆ 5555 ช่วงไคลแมกซ์อ่านสนุกดี แอบเซอร์ไพรส์ฉากนึงในเล่มหนึ่งที่

คลิกเพื่อดูสปอย ตอนจบ นางสองคนจูบกัน เอ๊ะ เอาแบบนี้เลยเหรอ เกินต้าน เกินคาด ดี ชอบๆ 55555

Agatha

✅ รีวิวเล่ม 1 (ไม่สปอยเนื้อเรื่องสำคัญเล่ม 1)

เล่มหนึ่งยังเป็นแค่การปูจักรวาล SGE ว่าด้วยการยำๆ ตัวละครจากนิทานเรื่องดังมาอยู่ในแฟนตาซีรั้วโรงเรียน ปูเพื่อนๆ ในฝั่งโซฟี อกาธ่า วิชาเรียนต่างๆ ปริศนาที่แอบซ่อนเร้น และทิ้งท้ายตอนจบในฉบับที่ถ้าสำนักพิมพ์ตัดจบแค่เล่มหนึ่งก็ยังรอดตัวไปเพราะปมที่ทิ้งไว้ยังไม่ใหญ่มากไม่ได้ค้างคาจัด เคลียร์บอสประจำเล่มไปได้หนึ่งตัว แต่….ยังมีปมและตัวละครอีกเป็นตับที่รอเข้าฉากในเล่มหลังๆ



เล่ม 2

🚨 เนื้อเรื่องย่อเล่ม 2 (สปอยเล่ม 1)

หลังจากที่สองสาว

คลิกเพื่อดูสปอย กลับมาจากโลกเทพนิยายมาที่เมือง Gavaldon อีกครั้ง ในช่วงแรกชาวบ้านก็ดีใจสรรเสริญ ไปๆ มาๆ มีเหตุให้โดนชาวบ้านขับไล่ซะงั้น แถมสองสาวมันทะเลาะกันอีกละ (ทะเลาะประจำอ่ะ) บ้านเก่าอยู่ไม่ได้ละนี่ งั้นกลับไปโรงเรียนที่พวกเราคุ้นเคยกันแล้วกัน กลับมาอีกทีตกใจ โรงเรียนไม่ได้แยกเป็นฝ่ายอธรรม/ธรรมะแต่อย่างใดแต่เป็นโรงเรียนฝ่ายผู้หญิง/ผู้ชาย มีครูใหญ่คนใหม่ชื่อ Evelyn Sader ตลอดเรื่องมีเรื่องราววุ่น ๆ และการผิดใจระหว่างสองนางและหนึ่งชาย เทโดร ตลอดวนไปวนมา สองสาวจะแก้วิกฤติโรงเรียนที่เปลี่ยนไปนี่ยังไงดีนะ?

Tedros

🚨 พูดคุยหลังอ่านเล่ม 2 จบ (สปอยเนื้อเรื่องสำคัญเล่ม 1-2)

ตอบโจทย์ความเป็นหนังสือเล่ม 2 ที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างเล่มแรกและเล่มจบได้อย่างดี นั่นคือมีการเดินเส้นเรื่องหลักอยู่บ้าง มีบอสประจำเล่มที่ตัวละครหลักต้องฝ่าฟันรวมไปถึงการปูบททิ้งท้ายเพื่อขมวดในเล่มจบ บรรยากาศของหนังสือเล่มนี้ยังใกล้เคียงกับเล่มแรก เซตติ้งในตอนแรกอยู่ที่โลกปกติก่อนจะถูกวาร์ปมาโลกเทพนิยายอีกครั้งเหมือนรีรันฉากเดิมแค่เปลี่ยนจากโรงเรียน “ธรรมะ/อธรรม” เป็นโรงเรียน “ชาย/หญิง” เปิดตัวตัวละครใหม่และปมใหม่ๆเพิ่ม มุกเดินเรื่องบางอย่างให้บรรยากาศที่เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นเช่น

คลิกเพื่อดูสปอย โซฟีแอบปลอมตัวเป็นเจ้าฮะ ชื่อฟิลิป เข้าไปในโรงเรียนฝั่งชายเพื่อขโมยปากกา Storian แถมฟิลิปเกือบจะได้จูบเทโดรอีก เออ มันฉีกดีนะ อะไรที่ไม่ค่อยเจอในนิยายฝรั่ง ก็เจอในเรื่องนี้ 5555

ส่วนช่วงไคลแมกซ์เราเหวอไปเลย เพราะคนเขียนเหมือนแกงโซฟีให้เป็นนางร้ายไม่หยุด ตั้งแต่เล่มแรกที่ป้อนบทให้นางเข้าสู่ดาร์คไซด์เรื่อยๆ จนกระทั่งพลุแตกอีกรอบในท้ายเล่ม 2 เอเวอร์ลีนตัวร้ายใหม่ก็ยั่วยุเก่งดี สุดท้ายโซฟีก็ดิ่งมากๆ และไปชุบวิญญาณผอ.โรงเรียนที่ตายไปแล้วเล่ม 1 กลับมาอีก(ซะงั้น) แต่สุดท้ายเอเวอร์ลีนก็โดนผอ.เจื๋อนทิ้ง เออหมดประโยชน์แล้วสินะ สม ยัยนี่ก็ร้ายแบบไม่มีมิติเกินเลยไม่รู้จะเชียร์ยังไง ฮา และปิดเล่มโดยที่โซฟีกับผอ.โรงเรียนปกครองโรงเรียนด้วยกัน โซฟีรักผอ.โรงเรียนที่จริงๆ ชื่อว่าราฟาล (Rafal) เพราะเธอเห็นว่าในจุดที่เธอไม่มีใครแล้วอย่างน้อยราฟาลก็อยู่ข้างเธอ ส่วนอกาธาและเทโดรถูกร่ายเวทย์วาร์ปกลับมาที่เมือง Gavaldon และสภาพโรงเรียนเองก็เข้าสู่ยุคมืดไม่มีการแบ่งเป็นสองฟากอีกต่อไปแต่เป็นโรงเรียนฝ่ายอธรรมอย่างสมบูรณ์แบบ

มาดูกันต่อว่าในเล่ม 3 จะสรุปจบยังไง

เล่ม 3

🚨เนื้อเรื่องย่อเล่ม 3 (สปอยเล่ม 1-2)

ต่อจากเล่ม 2 ที่…

คลิกเพื่อดูสปอย แผนการของราฟาลคือต้องการให้ฝ่ายอธรรมยึดครองอาณาจักรตลอดกาล เขาแต่งตั้งให้โซฟีเป็นเจ้าสาว อีกทั้งเตรียมทำลายล้างอำนาจฝั่งธรรมะให้หมดสิ้น การฟื้นคืนชีพของราฟาลทำให้ตัวละครฝั่งอธรรมที่ตายไปแล้วกลับมาฟื้นคืนชีพ อ่ะ มาเป็นซอมบี้ไปอีก ฝ่ายธรรมะยังไม่ยอมแพ้ฮึดรวมตัวอเวนเจอร์เป็นภาคีธรรมะเพื่อเตรียมเปิดศึกด้วยเช่นกัน ซีรีส์นี้จะปิดศึกยังไง แผนการของราฟาลจะสำเร็จรึไม่ !?

🚨 รู้สึกหลังอ่านเล่ม 3 จบ (สปอยเล่ม 1-3)

สมราคาหนังสือเล่มจบไตรภาคเพราะเล่นใหญ่ไฟกะพริบ ขนาดศึกการต่อสู้แผ่เป็นวงกว้างสำหรับเปิดสงครามตามรูปวาดที่อยู่บนหน้าปก สมกับที่เป็นสงครามระหว่างฝั่งธรรมะ/อธรรมจริงๆ สู้กันนัว ตัวละครตายยับไม่มีกั๊ก อีกทั้งฉากสู้ ฉากโหดในเรื่องนี้ดูโหดผิดทางกับหมวดหนังสือที่ถูกจัดใน Middle Grade แม้ช่วงขมวดปม อาจจะมีจุดที่คนอ่านอ่านแล้วรู้สึกย้อนแย้งหรือการตัดสินใจของตัวละครบางตัวอาจดูไม่มีน้ำหนักมาก อ่านไปขมวดคิ้วไปในบางส่วนแต่ด้วยภาพรวมของหนังสือที่ปลุกปั้นและประคองได้ดีในช่วงแรก บทสรุปเรื่องนี้จึงยังไม่ถึงกับเข้าข่ายว่าตกม้าตายในเล่มจบแต่อย่างใด ต่อไปถึงช่วงสปอยแหลกแล้ว

คลิกเพื่อดูสปอย ในเล่มนี้เจ้า Hort ไปขุนหุ่นมาจนหล่อแล้วววว โซฟีผู้สบประมาทน้องแกไว้ก่อนหน้านี้ดีนัก เมินมากใช่มั้ย เล่มนี้น้องแกเมินโซฟีกลับจ้า หล่อแล้วเลือกได้..แต่ก็ยังแคร์แหละ “โซฟีถามนี่เธอยังแอบปิ๊งชั้นอยู่เปล่าา” น้องตอบ ไม่ โอ๊ยยย คนเค้าดูออก สายซึนขั้นสุด 🤣🤣🤣🤣

ตลอดทั้งเรื่องยังคงมีความย้อนแย้งของความคิดโซฟีที่ต้องสู้กับตัวเองในใจตลอด ไม่รู้เธอควรจะอยู่ฝั่งใคร ฝั่งเทโดรกับอกาธาเองก็มีบททดสอบและภารกิจให้พิสูจน์ความสัมพันธ์ของทั้งสองเรื่อยๆ ไหนจะการเฉลยปมของแม่อกาธากับโซฟีที่ทำให้รู้ว่าความจริงทั้งสองเป็นแฝด ! แถมแม่ของทั้งสองก็เคยมีอดีตร่วมกัน ตรงนี้แอบสงสารแคลิสที่เสียสละมากๆ ไหนจะใช้มนตร์แปลงโฉมตัวเองเพื่อทำให้ดูเหมือนตัวเองเป็นแม่ของอกาธาแล้วก็ตายเพื่อช่วยสาว ๆ ด้วย 😭

ช่วงท้ายเป็นการต่อสู้ระหว่างภาคีธรรมะกับซอมบี้อธรรม ตีกันนัวมีทั้งตายไม่ตาย เลดี้เลซโซ่สุดที่รักของพวกเราก็ 😭😭😭 ในช่วงสุดท้ายโซฟีที่สับสนไปๆ มาๆ ได้ตัดสินใจลูกฮึดสุดท้ายจัดการราฟาลไปแล้วทุกอย่างก็ค่อยๆ สงบ

ท้ายเล่ม เปิดเนื้อเรื่องปลายเปิดของสองฝั่งได้ดี อกาธา เทโดรมุ่งหน้าสู่อาณาจักรคาเมล็อทเพื่อเริ่มต้นตำนานบทใหม่ส่วนโซฟีผู้ยังหารักแท้ไม่ได้แถมได้คำสั่งเสียจากเลดี้เลซโซ่ว่าช่วยรับช่วงต่อทำหน้าที่เป็นครูใหญ่โรงเรียนฝั่งอธรรมให้ที นั่นจึงทำให้เธอตัดสินใจคุมโรงเรียน SGE ต่อและทำให้เธอพึงตระหนักได้ว่าถึงไม่จำเป็นต้องมีคู่เหมือนใครอื่นเขา เธอสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเธอเองได้ อย่างน้อยเธอก็รักตัวเอง

ถ้าใครสังเกตก็คงรู้สึกว่าระหว่างทางของทั้งสามเล่มนี้ เราได้เห็นพัฒนาการตัวละครอย่างอกาธาที่เด่นเป็นพิเศษ ส่วนโซฟีกลายเป็นนางน่ารำคาญเสียมากกว่า แต่ก็นะ ถ้าคุณยังตั้งใจตามซีรีส์นี้ต่อไปเล่ม 4-6 โซฟีจะได้ถึงคราวพัฒนาจริงจังกับเขาบ้าง

และจุดจบในภาคนี้เป็นการเปิดฉากใหม่อีกครั้งในเล่ม 4-6 นั่นเองงง



สรุปภาพรวมหนังสือ The School For Good & Evil —ไตรภาคที่ 1 (ไม่สปอย)

โดยรวมคือมีความง๊องแง๊งตลอดเรื่อง มีความรำในบางตัวละครแต่ยังไม่ชวนหงุดหงิดจนถึงขั้นเลิกอ่าน พล็อตบางประเด็นที่ยังมีจุดย้อนแย้งบ้าง Plot Hole บ้างแต่พอจะมองข้ามไปได้ด้วยความที่เป็นหนังสือ Middle Grade เนื้อเรื่องพอมีความบันเทิง อ่านสนุก บางอย่างใส่มาได้เกินความคาดหมายสำหรับนิยายจำพวกเซตติ้งเป็นแฟรี่เทล หาทางลงได้โอเค ตัวละครเจ็บจริงตายจริง ไม่ใช้แสตนด์อิน ไม่ใช้สตั๊นท์ !

Sophie & Agatha

ถ้าอยากหาอ่านนิยายแนวยำ ๆ รวมมิตรแฟรี่เทลประหนึ่งหนัง Into the Woods, Once Upon A Time (ซีรีส์ช่อง ABC) ที่ถึงพล็อตไม่ได้แปลกใหม่เอี่ยมอ่องแต่ตัวคนเขียนมีความสามารถในการพลิกแพลงและดำเนินเรื่องให้ไม่น่าเบื่อ ไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีประเด็นเชิงปรัชญาหนักๆสอดแทรกเพราะนิยายเรื่องนี้ไม่ได้มาตอบโจทย์ในลักษณะนั้น มี Plot Hole บ้างหน่อยแต่พอหยวนๆ ได้ เป็นอีกซีรีส์อ่านสนุกที่แนะนำให้อ่านให้ครบ 6 เล่มเพราะ 3 เล่มแรกที่คิดว่าปิดปมได้แล้วแต่ 6 เล่มนั้นสามารถสรุปตอนจบจักรวาลนี้ได้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าโดยที่ไม่ตกม้าตายเหมือนพวกภาคต่อในหลายๆ เรื่อง

—–

ตั้งแต่หัวข้อนี้เป็นต้นไป สามารถอ่านได้ปกติ ไม่ได้สปอยเนื้อเรื่องส่วนสำคัญ

อัปเดต: รีวิวฉบับภาพยนตร์ Netflix มันผ่านมั้ย?

สำหรับตัวหนัง Netflix ที่ฉายปี 2022 เนื่องจากเราเขียนบล็อกโพสนี้ตอนปี 2021 ซึ่งเป็นก่อนหนังฉาย ตอนแรกเลยไม่มีเขียน แต่ตอนนี้ดูจบแล้วเลยมารีวิวเพิ่มหัวข้อในนี้ละกัน

ภาพยนตร์ SGE ก็ทำได้ดีในแบบฉบับของภาพยนตร์ที่จำต้องมัดเนื้อเรื่องเล่ม 1 ในเล่าให้จบภายในสองชั่วโมงให้ได้ ดังนั้นจึงมีอะไรที่เปลี่ยนพอสมควร แม้กระทั่งการลำดับเรื่องราวที่เปลี่ยน เช่นฉากที่เล่าเรื่องของผู้อำนวยการโรงเรียน เพราะในหนังสือ กว่าจะเปิดประเด็นเรื่องนี้ก็ใช้เวลาพักใหญ่ แต่อันนี้มาเล่าในหนังเนิ่น ๆ เลย และตัวละครบางตัวก็เดินเรื่องที่ฉีกเส้นเรื่องออกไปจากหนังสือ อย่างน้อยๆ ตัวละครที่สำคัญหน่อยๆ ในการขับเคลื่อนพล๊อตหลักของเล่มสองมันหายไปซะแล้ว จนกลายเป็นว่าคุณต้องดูฉบับภาพยนตร์กับอ่านหนังสือแยกเป็นคนละจักรวาลกัน เพราะมันไม่ใช่การดัดแปลงฉบับ 1 ต่อ 1

ถ้าใครเคยอ่านหนังสือชุด อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย ฉบับหนังสองชั่วโมงที่ Jim Carrie แสดง (ไม่ใช่เวอร์ชั่นซีรีส์สามซีซันของ Netflix ที่ Neil Patrick Harris แสดง) รายนั้น เค้าก็ต้องยำหนังสือสามเล่มแรกใหม่ให้รวบรัดภายในสองชั่วโมงเช่นกัน (อันนั้นเล่นยำสามเล่มเลย) มันจึงไม่ใช่ตัวแทนที่จะเสพแทนกันได้ เสมือเป็นคนละเส้นเรื่อง

ภาพโปรโมตฉบับภาพยนตร์กับนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับตัวแม่

เคมีระหว่างตัวละคร ก็เห็นชัดว่าแตกต่างเมื่อถูกรวบรัดให้อยู่ในหนัง มิติหลายตัวจึงขาดหายไป เช่น Sophie และสามสหาย Dot-Anadil-Hester ที่ในหนังสือเป็นความสัมพันธ์ฮาเฮและใช้เวลาปลุกปั้นพอตัว แน่นอนว่ามันไม่พอเล่าในหนังหรอก ทั้งสามมีมิติลึกมากกว่าจะดูเป็นลิ่วล้อบ้านๆ ติดสอยห้อยตาม Sophie แบบในหนัง แต่เป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้เพราะหนังมีเวลาให้แค่สองชั่วโมง

หนัง SGE เลือกจบแบบ play safe กล่าวคือต่อให้ไม่มีภาคต่อก็ไม่ถึงกับเสียหายอะไร เพราะไม่ได้ชวนค้างคาขนาดนั้น แต่ก็ใส่ปมปลายเปิดไว้นิดๆ ประมาณว่าจะทำต่อก็มีลู่ทางไปได้นะ แต่มันก็จะเป็นการเดินเรื่องชนิดที่ฉีกเป็นคนละจักรวาลไปจากหนังสือ มันคงมีตัวละครจากเล่มหลัง ๆ ที่หยิบมาใช้ได้แหละ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในหนังมันก็บิดจนต่อให้คุณอ่านนิยายมาแล้ว ก็ไม่ได้สปอยหนังภาคต่อได้ 100% ขนาดนั้นเช่นกัน ต้องไปเซอร์ไพรส์ในหนังภาคต่อกันเอาเองหาก Netflix อนุมัติให้ทำภาค 2 ต่อ

ส่วนของเพลงร้องไม่ติด มีน่าไปตามฟังต่อ ส่วนสกอร์(ดนตรี)แต่งโดย Theodore Shapiro ก็ให้กลิ่นอายฟุ้งๆ ตอบโจทย์หนังธีมเทพนิยาย (ลิงค์ Spotify)

แต่แหม… นักแสดงเหล่าคุณครูในเรื่องแต่ละคนนี่ก็เบอร์ใหญ่ระดับเวทีออสการ์จริงเชียว จะได้ลุ้นว่าพวกเขามีคิวตรงกันมาถ่ายทำเมื่อไหร่ก็รอลุ้นกันต่อไป หากเรื่องนี้ได้ไฟเขียวทำภาคต่อล่ะก็นะ…

ทั้งนี้ทั้งนั้น เรายังคงแนะนำหนังสือมากกว่าหนังอยู่ดี เพราะการได้เห็นพัฒนาการตัวละครโซฟีจากเล่มแรกไปเล่มสุดท้าย(เล่ม 6) มันช่างแจ่มว้าว อุดช่องโหว่ที่เคยมีในไตรภาคแรก และสรุปจบปิดม่านซีรีส์นี้ได้สมบูรณ์ ส่วนเล่ม 7-8 เป็นภาคต้น(ภาค 0 เนื้อเรื่องก่อนเล่ม 1) ถือว่าอ่านได้เพลินๆ เสมอตัว มีกลิ่นอายและการเล่นจังหวะจะโคนสไตล์ SGE อันแสนคุ้นเคยและไม่วายขยันหักมุมแล้วหักมุมอีกเช่นเดิม 55555 แต่ภาค 0 ก็ไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรสำหรับเราเท่าไหร่ นอกจากอ่านเก็บให้ครบชุดมากกว่า

คะแนนหนังสือไตรภาคแรก (★★★★☆)

นอกจากนิยายแล้วยังหนังสือ Fanbook ประกอบจักรวาลด้วยนะ !

หลังจบไตรภาคแรก ผู้เขียน Soman Chainani ออกหนังสือแฟนบุ๊ค 4 สีไว้เหมือนสารานุกรมโรงเรียน SGE อ่านเพลินเล่น ๆ ใครใคร่เก็บสะสมก็ตามไปเก็บกัน

หนังสือแฟนบุ๊ค: The Ever Never Handbook fanbook school for good and evil
หนังสือแฟนบุ๊ค: The Ever Never Handbook

🚨 รีวิวไตรภาคชุดสอง (เล่ม 4-6) และเล่มภาคศูนย์ (เล่ม 7-8)

🦢 ในส่วนของนิยายไตรภาค 2 ถ้ามีโอกาสคงหยิบไปขึ้นโพสใหม่ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเขียนได้เมื่อไหร่เพราะตอนนี้เรายังดองที่จะเขียนไว้อีกหลายโพส 5555 ไว้เมื่อเวลานั้นมาถึงละกันนะ ! แต่ถ้าใครอดใจรอไม่ไหว สามารถส่องรีวิวเราที่เขียนเป็นย่อหน้าสั้นๆ เล่ม 4-6 บนเว็บไซต์ Goodreads ได้ด้านล่าง (เขียนเป็นภาษาอังกฤษ)

คำเตือน มีสปอยในรีวิวที่ไปไกลกว่าไตรภาคแรกแน่นอน โปรดตัดสินใจก่อนการกดอ่าน
เล่ม 4 | เล่ม 5 | เล่ม 6
เล่ม 0.1(เล่ม 7) | เล่ม 0.2(เล่ม 8) (ภาคต้นก่อนเรื่องราวเล่ม 1 ควรอ่านให้จบทั้งสองไตรภาคก่อน)

ซื้อหนังสือ The School for Good and Evil ที่ไหน (มีแปลไทยแล้วนะ ! อัปเดต: 2025)

📖 ซื้อหนังสือ The School for Good and Evil ฉบับภ.อังกฤษได้ที่เว็บ Kinokuniya (คลิก)

และล่าสุดสำนักพิมพ์ Words Publishing เปิดตัวราคาและหน้าปกฉบับไทยเล่ม 1 มาแล้วในช่วงมิ.ย 2025 ใครสนใจ ไปตามรายละเอียดต่อในเพจสำนักพิมพ์ได้ที่โพสนี้ หรือซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาบน Shopee(คลิก)

school for good and evil ปกไทย

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ

📖รีวิว นิยายไตรภาค Leviathan องค์ชายกับเจ้าฮะ ณ สงครามโลกยุคสตรีมพังค์ | อนิเมชั่นฉาย Netflix 2025 นี้

📖รีวิว Yumi and the Nightmare Painter นิยายฟากตะวันตกแฟนตาซีสลับร่างกลิ่นอนิเมะญี่ปุ่นเหรอ? จัดมา !

📖รีวิว The Emperor’s Soul ยัยต้มตุ๋นกับภารกิจเสกวิญญาณองค์จักรพรรดิ์ภายใน 100 วัน !

📖รีวิว The Stormlight Archive เล่ม 1 The Way of Kings การลุกขึ้นของมือหอกยอดนักบุญ

🎬 ในที่สุดเราก็เจอ “หนังในดวงใจ” กับเค้าสักทีกับ Ice Castles (1978)

📖 รีวิว Mistborn มิสบอร์น นิยายภาค 1 [เล่ม 1-3] ปฏิวัติแดนขี้เถ้า [มีปุ่มเปิด/ปิดสปอย]

📖 รีวิว นิยาย The Rithmatist ริธเมทิสต์ สะบัดชอล์กสืบคดีที่กรีดร้องรอเล่มต่อ

📖รีวิว แก่นพุทธศาสน์ หนังสือธรรมะ 200 หน้าฉบับเนื้อเน้นๆ

🔑 รีวิว Fairest Domestay ที่พักกาญจนบุรี มาพักในโดมก้อนกลมรายล้อมด้วยป่ากลางเมืองกาญดีกว่า

📚 อ่านรีวิวนิยาย, หนังสือเล่มอื่น ๆ: https://gleegmjournal.com/category/review/book/

🔑 แลก goodreads, MyAnimelist, letterboxd กันได้ใน About Me

🏀 บล็อกหัวข้อกีฬา คลิก |🎧 รีวิว Music ดนตรี | 🎬 รีวิว Film Series หนัง ซีรีส์ |
📺 รีวิว Anime อนิเมะ

📊 Data Analytics – Tech | สารพันวงการ Data และเรื่อง Techๆ | 🪴 สารบัญรีวิวทุกประเภท All Reviews

Loading

Similar Posts