| | | |

รีวิวนิยาย+หนัง Ready Player One จุดศูนย์รวม Pop Culture ยุค 80 กับเควสล่าไข่ปริศนาที่ลงตัว

ขุดไปเจอโพสนี้ที่เคยเขียนรีวิวนิยายไว้ตอน 2017 ซึ่งตอนนั้นอีกไม่นาน ภาพยนตร์ดัดแปลงกำกับโดย Steven Spielberg ก็จะเข้าฉาย ว่าแล้วเราก็เลยหยิบรีวิวตัวเก่านั้นมาปัดฝุ่นเขียนต่อสักหน่อยพร้อมกับรวมรีวิวหนังเข้ามาด้วยเลย

🕹️ รายละเอียดหนังสือ

ชื่อต้นฉบับ: Ready Player One
ชื่อแปลไทย: สมรภูมิเกมซ้อนเกม แปลไทยโดยสำนักพิมพ์น้ำพุ
ผู้แต่ง: Ernest Cline

🕹️ เนื้อเรื่องย่อ

โลกในอนาคตปี 2045 สภาพโลกเสื่อมโทรมลงตามธีมโลกดิสโทเปียแต่ทุกคนก็สามารถหนีความจริงโดยการใส่แว่นล็อกอินเข้าไปอยู่ในโลก Virtual Reality กันได้ซึ่งระบบนี้มีชื่อว่า OASIS

ในเวลาต่อมาผู้สร้างระบบ VR นี้ก็ได้เสียชีวิตไปและเขาได้ทิ้งสมบัติที่เรียกว่าไข่ไว้โดยเหล่าผู้ล่าไข่ต้องหากุญแจเผื่อไขประตูสามด่าน ทุก ๆ คนรวมไปถึงพระเอกของเราเลยไปตามล่าไข่สมบัตินี้ ทว่ามันก็ไม่ง่ายนักเพราะใครๆ ก็อยากได้ไข่ฟองนี้ นี่ยังไม่นับบริษัทๆ หนึ่งที่อยากจะเอาระบบ OASIS นี้มาผันเป็นธุรกิจทำเงินอีกด้วย….

🕹️ ความรู้สึกหลังอ่านนิยายจบ (สปอยนิดๆ)

ถ้าพูดถึงนิยายไซไฟยุคใหม่ๆ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา(ที่เขียนโพส ณ ขณะนั้นตอน 2017) Ready Player One ต้องติดท็อปในหลายสำนักแน่ๆ ถ้าตอนในปี 2026 นี้กลายเป็นเรื่องอื่นไปแล้วล่ะ 😂😂

เซตติ้งในเรื่องนี้ใช้องค์ประกอบหลายๆ อย่างในยุค 80 ทั้งนั้นเรียกว่าเป็นธีมหลักของเรื่องได้เลยไม่ว่าจะหนัง เพลง แฟชั่น เกมส์ การ์ตูน ในสมัยนั้น ซึ่งคนเขียนเออเนสต์ ไคล์น (Ernest Cline) สอดแทรก Reference จำนวนมากเข้ามาไว้ในนี้ ทุกสิ่งที่ไม่หยิบชื่อขึ้นมาไม่ได้โมเมขึ้นมาแต่เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงในอดีตเช่นเกมส์ Joust(1982), Zork(1977), Black Tiger(1987)

joust zork black tiger in ready player one
ตัวอย่างเกมส์ที่นิยายอ้างอิงถึง/ใช้เป็นส่วนประกอบเดินเรื่อง
(Joust/Zork/Black Tiger)

อาจเป็นเพราะเป็นความรักยุค 80 ของเออเนสต์ก็เป็นได้จึงทำให้เขาใส่ Reference จำนวนมากมาได้เช่นนี้ แล้วก็ด้วยความบังเอิญที่ว่าเราก็ชอบไปเฟ้นหาดูหนัง/นิยายเก่าๆ การที่ได้เห็นนิยายพูดถึงชื่อผลงานรุ่นดึกดำบรรพ์เช่น Ladyhawke(1985), WarGames(1983), Monty Python and the Holy Grail(1975), การใช้เทคโนโลยีสืบสวนหลักฐานแบบหนัง Blade Runner(1982), หุ่นยนต์ Macross(1982) เฮ้ย !? นี่มันเรื่องที่เราเคยผ่านตามาทั้งนั้นนี่นา !! มันจึงทำให้เราอินกับองค์ประกอบเหล่านี้เป็นพิเศษ 🤣🤣

ladyhawke wargames blade runner in ready player one
ตัวอย่างภาพยนตร์ที่นิยายอ้างอิงถึง/ใช้เป็นส่วนประกอบเดินเรื่อง
(Ladhawke/Wargames/Blade Runner)

🕹️ สรุปรีวิวหนังสือ Ready Player One

โดยรวมเมื่อเทียบกับหนังสือไซไฟโทนอ่อนๆ ที่พักหลังๆ ก็ออกแนวนี้มาเยอะ Ready Player One นับว่าทำได้สนุกเลยเพราะมันไม่ได้ใช้สเกลเล่นใหญ่แล้วล้นเหมือนในหลายๆ เรื่อง แต่ว่าด้วยความที่มันเป็นโทนเบา เน้นอ่านเอาบันเทิงไม่ได้เน้นไปไซไฟดิสโทเปียปรัชญาแบบ 1984 หรือ Brave New World(คลิกอ่านโพสรีวิว) เซตติ้งที่วางไว้ที่น่าจะขยี้ในเชิงสังคมวิพากษ์ได้เช่นคุณภาพชีวิตคนตกต่ำลง ก็ไม่ได้ถูกหยิบยกมาขยี้มากเท่าไหร่ แก่นหลักๆ ของเรื่องเป็นการผจญภัยตามล่าหาไข่ของพระเอกซะมากกว่า

แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเมื่อเซตติ้งของนิยายหยิบยกป๊อบคัลเจอร์จำนวนมากมายขนาดนี้ (และไม่ได้ใส่เชิงอรรถไว้ใดๆ เลยในหนังสือ) ฉะนั้นหากใครที่คุ้นเคยกับชื่อชิ้นงานหรือชอบที่จะค้นชื่อเพิ่มเติมก็คงสนุกไปกับองค์ประกอบที่สอดแทรกเหล่านี้ แต่ถ้าหากคุณไม่ได้อินกับป๊อบคัลเจอร์ยุค 80 เท่าไหร่และรู้สึกต่อไม่ติดกับชื่อจำนวนมากที่ใส่มายาวเหยียดในหลายย่อหน้า นี่ก็ถูกเป็นจุดที่ถูกหักคะแนนได้เช่นกัน

ในช่วงท้าย หนังสือปิดฉากได้สมบูรณ์ดีจนไม่จำเป็นต้องงอกเล่มต่อออกมาเสียด้วยซ้ำ (แต่ก็ยังงอกเล่มใหม่ออกมาคือ Ready Player Two ถึงเราจะไม่ได้ตามอ่านต่อแต่รีวิวจากชาวเน็ตส่วนมากล้วนพูดเป็นเสียงด้วยกันว่า….ยับ)

🕹️ แหล่งซื้อหนังสือ + รีวิวเราบน goodreads

📚 ซื้อหนังสือ Ready Player One แบบเล่มฉบับอังกฤษ Kinokuniya คลิก | ส่วนฉบับภาษาไทยของสำนักพิมพ์น้ำพุ ปัจจุบันหายากแล้ว ต้องหาตามกลุ่มหนังสือมือสอง

📚 รีวิวหนังสือ Ready Player One ฉบับภาษาอังกฤษของเรามีอยู่บน Goodreads (คลิก)ด้วยเช่นกัน



Trailer ของ Ready Player One

🕹️ รีวิวภาพยนตร์คนแสดง (2018) (สปอยนิดๆ)

ก่อนอื่นต้องขอคารวะงานดัดแปลงที่จับมาลงจอเงินจริงๆ เพราะถ้าพูดถึงตัวนิยายที่อ้างอิงป๊อบคัลเจอร์ไว้จำนวนมากเช่นนี้ ถ้าเอามาใส่ในภาพยนตร์ คำถามที่ตามมาแน่ๆ ก็คือจะแก้ปัญหาลิขสิทธิ์มากมายได้ไงล่ะเนี่ย?? นอกเหนือจากลิขสิทธิ์จำนวนมากที่ค่ายหนังจะต้องไปขออนุญาตเพื่อให้มีตัวละครเหล่านั้นโผล่มาในหนัง บางชิ้นงานก็อาจมีปัญหาลิขสิทธิ์สุดอิรุงตุงนังระหว่างประเทศ

🕹️ ปัญหาลิขสิทธิ์ที่ค่ายต้องเผชิญเมื่อนำมาทำเป็นหนัง

ขอยกตัวอย่างซีรีส์หุ่นยนต์ไอดอลอย่าง Macross ที่แม้มันจะถูกพูดถึงน้อยนิดหนังสือและไม่ใช่ตัวเดินเรื่องหลักในหนังสือแต่มันก็เป็นหนึ่งตัวอย่างที่มีปัญหาลิขสิทธิ์คาราคาซังระหว่างฝั่งอเมริกากับญี่ปุ่น กว่าจะเคลียร์จนคนดูฝั่งอเมริกาสามารถดูการ์ตูนเรื่องนี้ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ก็ปาไปปี 2024 ที่สามารถฉายให้คนดูได้ทั่วโลกในแอป Disney+ ซึ่งกว่าจะแก้ปัญหานี่ได้ก็เป็นระยะเวลา 30 ปี แต่ก็นับว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่เกินคาดเพราะเดิมทีแฟนๆ ก็แอบท้อใจนึกว่าคงไม่มีโอกาสได้ชมถูกลิขสิทธ์อีกแล้วด้วยซ้ำ (ถึงความจริงก็ยังไม่ถือว่าเป็นการเคลียร์ลิขสิทธิ์แบบ 100% ซะทีเดียวเพราะภาคแรกสุดที่เป็นภาคที่มีปัญหาก็ยังติดปัญหาและเอาฉายใน Disney+ ไม่ได้อยู่ดี

macross series
เฟรนด์ไชส์หุ่นยนต์มาครอสที่กำเนิดปี 80s และยังคงออกภาคใหม่เรื่อยๆ
จวบจนถึงปัจจุบัน ชาวไทยดูได้ในแอป Disney Plus

อีกหนึ่งชิ้นงานที่มีปัญหาลิขสิทธิ์คล้ายๆ มาครอสแล้วกระทบเนื้อเรื่องเต็มๆ นั่นคือ Ultraman เพราะตามเนื้อเรื่องนั้น พระเอกจะสามารถแปลงร่างเป็นอุลตร้าแมนได้ หนังจึงต้องเลือกใช้แผนสำรองอย่างเช่นการเปลี่ยนไปใช้ The Iron Giant หนังอนิเมชั่นหุ่นยนต์ยักษ์ปี 1999 ของฝั่งอเมริกาแทน

ที่จริงในหนังสือใช้ซูเปอร์โรบอตญี่ปุ่นอีกมากมาย นอกจากอุลตร้าแมนเรายังมี Gundam เอย Raideen เอย ซึ่งการพูดถึงหุ่นเก่าๆ ปีลึกเหล่านี้ ลิขสิทธิ์ของพวกเขาก็เข้าถึงลำบากแถมราคาค่อนข้างแรง (จากที่อ.ออม ธนพลผู้เคยจัดคอนเสิร์ตออเคสตร้าธีมการ์ตูนซูเปอร์โรบอท Symphonic Anime 2024 เคยมาบอกเล่าในช่วงเสวนา คลิกอ่านบันทึกคอนเสิร์ตที่เราไปมาได้)

พูดถึงความเก่ากึกแล้ว เมื่อมันถูกหยิบมาใช้เป็นส่วนประกอบของหนัง คนดูทั่วไปก็อาจจะไม่อินกับมันเพราะไม่รู้จัก เอ๋ นี่มันเรื่องอะไรหว่า หนังจึงต้องปรับองค์ประกอบในเรื่องเพิ่มเติมเพื่อนอกจากแก้ไขปัญหาลิขสิทธิ์แล้วยังทำให้คนดูยังรู้สึกอินกับป๊อบคัลเจอร์ที่สอดแทรกมาเป็นองค์ประกอบในเรื่องได้โดยไม่รู้สึกว่าไล่แขกเกินไปนัก

เปลี่ยนบทจากการเล่นเกมส์ตู้ขี่นกกระจอกมาเป็นการขับรถแข่ง

พูดถึงผลงานลิขสิทธิ์ที่ต้องมีปรับแก้ไขตามสมควรไปแล้วก็ยังมีการปรับบทนิยายเพื่อให้ดูชมสนุกสำหรับการดูในโรงขึ้นเช่นในภารกิจด่านแรกจากเดิมที่ผู้ล่าไข่ต้องเล่นเกมส์ตู้ Joust ขี่นกกระจอกเพื่อพิชิตด่าน ถ้ามานั่งดูคนเล่นเกมส์ยิกๆ เอานกกระจอกสู้กันในภาพ 8-bit มันก็อาจชวนหาว หนังจึงเปลี่ยนมาเป็นเกมส์รถแข่งที่ให้ความรู้สึกขับเคี่ยวกว่าหรือมีปรับบทเช่นจากเดิมจะมีฉากโหดๆ พรรณนาฉากตายสยดสยองของตัวละครนึงก็เปลี่ยนโทนให้เบาลงบ้าง

ทั้งนี้การปรับบทก็ออกมาได้เข้าท่าสำหรับการชมภาพยนตร์ ได้ความบันเทิงโดยที่ไม่ต้องเทียบกับหนังสือฉากต่อฉากขนาดนั้นเพราะถ้าหยิบจากหนังสือมาเป๊ะ 100% มันก็อาจจะไม่สนุกเวลาชมเป็นภาพเคลื่อนไหวขนาดนั้น มันอาจสนุกสำหรับการอ่านตัวหนังสือแล้วคิดภาพตามในหัวมากกว่า นอกนั้นพวกคิวผจญภัย การไปปราบวายร้าย การคลายปมปริศนาไข่ก็ทำออกมาได้เพลินตามประสาหนังผจญภัยสปีลเบิร์ก

🕹️ สรุปรีวิวภาพยนตร์ Ready Player One

Ready Player One ฉบับภาพยนตร์จึงเป็นการดัดแปลงที่กล้าที่จะแตกต่างจากต้นฉบับ อาจจะด้วยข้อจำกัดในหลายๆ อย่างแต่มันก็สามารถปรับและแต่งเติมบทโดยหาจุดสมดุลได้ลงตัว ดูแล้วบันเทิงใจในแบบของมัน

🕹️รีวิวหนังของเรามีเขียนไว้ใน letterboxd ด้วยนะ

เผื่อใครจะตามไปกดตามกันในนั้นต่อได้ → https://letterboxd.com/gleegmjournal/film/ready-player-one/

🕹️คะแนนรวมทั้งนิยาย/ภาพยนตร์ (★★★★★)

คะแนนเฟ้อไปมั้ยนะ 555555 แต่ตอนที่อ่านตอนนั้นมันเต็มอิ่มทั้งหนังและหนังสือจริงๆ แต่ไม่แน่ว่าถ้ามาเสพตอนสิบปีให้หลัง คะแนนอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ 55555


🕹️ บทความรีวิวหนังสืออื่นๆ + ช่องทางติดตามผู้เขียนเพิ่มเติม

🔑 แลก goodreads, MyAnimeList, letterboxd, ติดตามเพจ Facebook กันได้ใน About Me

☕🙌หากคุณชอบบทความบนเว็บเรา สนับสนุนเราผ่าน ko-fi ได้จ้า คลิก

⛸️รีวิวมังงะ Medalist เล่ม 13 — เมื่ออาจารย์เลือกเดินเรื่องแบบหักปากกาเซียนคนอ่าน

🔥 รีวิวนิยาย Avatar ชุดอดีตชาติอวตาร— Kyoshi, Yangchen, Roku ได้รู้จักพวกเค้าเพิ่มขึ้นสักที

👩 รีวิว Yellowface จะตอแหลไปได้สักกี่น้ำกันนะหล่อน !

🐻 รีวิว The Bear and the Nightingale สงครามแห่งศรัทธาชาวบ้านและศาสนา

📺 Apple TV คว้าสิทธิ์ดัดแปลงนิยายของ Brandon Sanderson #ข่าวสั้น

🎧สรุป Podcast: หนังสือ Filterworld เมื่อโลกกำลังถูกอัลกอริทึมหล่อหลอม #ชวนฟัง

📚 อ่านรีวิวหนังสือฉบับสั้นเล่มอื่น ๆ: https://gleegmjournal.com/book/

🏀 บล็อกหัวข้อกีฬา คลิก | 📺 รีวิว Anime อนิเมะ |🎧 รีวิว Music ดนตรี | 🎬 รีวิว Film Series หนัง ซีรีส์ 📊 Data Analytics – Tech | สารพันวงการ Data และเรื่อง Techๆ | 🪴 สารบัญรีวิวทุกประเภท All Reviews

🕹️ References ประกอบ

Loading

Similar Posts