| | |

แนะนำ 23 เพลงเด็ดเพชรในตมของ ClariS (ที่ไม่ได้ประกอบอนิเม) และอาจโดนใจคุณก็เป็นได้

claris-header-wt-handwriting-v4
เพลงเด็ด เพลงโดน ClariS เพชรในตม มีอะไรบ้างน้า มาป้ายยาดีกว่าาา~

สารบัญ

➤ กว่าจะมาเป็น ClariS

เมื่อพูดถึงชื่อ ClariS สำหรับในแวดวงเพลงอนิเมะแล้วนั้นนน (หรือที่เค้าเรียกชื่อเล่นวงการเพลงอนิเมกันว่า Anisong) ก็เป็นชื่อศิลปินดูโอสองสาวผู้โดดเด่นในการใช้เสียงหลบประสานกันอย่างมีเสน่ห์ ไหนจะภาคดนตรีสไตล์เสียงสังเคราะห์ที่แต่งออกมาได้ละมุนหู ฟังเพลิน ฟังง่าย ยืนระยะในวงการเพลงอนิซองมาอย่างยาวนาน จุดเริ่มต้นของพวกเธอคือช่วง 2009 จากการลงเพลงโคเวอร์บนเว็บ niconico (คล้ายๆ Youtube แต่เป็นของญี่ปุ่น) และมาร้องเพลงประกอบอนิเมะจริงๆ จังๆ เรื่องแรกคือเพลง Irony ประกอบให้กับเรื่อง Oreimo น้องสาวผมไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก (2010)

จะว่าไปแล้ว…จนถึงตอนนี้ก็อายุวงเกินสิบปีแล้วสินะ ในขณะที่ฉากทัศน์วงการเพลงอนิเมเปลี่ยนไปพอสมควรจากช่วงสิบปีก่อน ไหนจะคลื่นลูกใหม่ที่มารับต่อลูกเก่าที่เปลี่ยนผ่าน วงเก่าแขวนไมค์ไป วงใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาต่างๆ นาๆ แต่ ClariS ก็ยังคงส่งมอบบทเพลงอันแสนเป็นเอกลักษณ์ของพวกเธอให้กับวงการนี้อยู่เสมอมา แรกเริ่มทั้งสองจะแทนหน้าตาด้วยอวาตาร์ตัวการ์ตูนสาวชุดแดงติดกิ๊ฟพระจันทร์ (Clara) และ สาวชุดน้ำเงินติดกิ๊ฟพระอาทิตย์ (Alice) โดยไม่มีใครรู้ใบหน้าที่แท้จริงของพวกเธอ

เพลง claris 1st lineup clara alice
รูป Illustration ของไลน์อัปแรก Clara+Alice ที่ไม่มีใครทราบหน้าตา
นอกจากรูปวาดแทนตัว

ตัววงมีงานร้องเพลงประกอบอนิเมะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ออกอัลบั้มเต็มไปได้ถึงสองชุด ได้แก่ Birthday, Second Story รวมแล้ว 24 เพลง (ไม่นับเพลงรองซิงเกิ้ลอื่นๆ ด้วยนะ) จนกระทั่งเข้าปี 2014 วงเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เมื่อครึ่งหนึ่งของสมาชิกอย่าง Alice ตัดสินใจไม่เดินในเส้นทางการร้องเพลงต่อเพื่อเดินทางตามความฝันในเส้นทางการเรียน (คงประจวบเหมาะกับช่วงชีวิตมัธยม→มหาลัย) ดังนั้นอัลบั้มที่สามที่กำลังจะวางแผง—Party Time จะเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่เธอร่วมร้องด้วย นั่นทำให้เกิดการคาดคะเนไปต่างๆ นานา ว่าทิศทางวงจะเป็นอย่างไรต่อ คนต่างสันนิษฐานไปหลายทิศทาง เช่นจะยุติวงหรือเปล่าเพราะหายไปตั้งครึ่งหนึ่งเลยนี่นา ซึ่งต่อมาทางค่ายประกาศว่า ClariS จะไม่ยุติวงและจะหาสมาชิกคนถัดไปมารับช่วงต่อแทน ซึ่งเธอคนนั้นก็คือ Karen (แทนตัวด้วยสีเขียว) กระแสในช่วงนั้นมีผสมปนเปกันไป บ้างก็มองว่าถ้าเปลี่ยนก็ไม่คงต้นฉบับเดิมแล้วสิ บ้างก็ว่าลองเปิดใจให้เฟสใหม่ของวงกันก่อนน่า

ในช่วงแรกเมื่อวงเข้าสู่ Lineup ใหม่ เพลงเดบิวท์อย่าง Clear Sky ก็โลดแล่นออกมาให้ชาวเพลงได้ลองฟัง (เว้นช่วงจากอัลบั้ม Party Time มาห้าเดือนเอง) ว่ากันตามเนื้องานของเพลง Clear Sky …เสียงของสองสาว ณ ขณะนั้นก็ยังประสานไม่ได้เข้าที่มากนัก (หากเทียบกับ Lineup เดิม) มีความเกร็ง ๆ บ้าง คงต้องใช้เวลาจูนกันอีกสักพัก แต่นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงเวลานี้ (2024) ต้องยอมรับว่าพวกเธอสามารถหาจุดประสานเสียงกันลงตัวได้อย่างเข้าที และอัดเพลง Clear Sky เวอร์ชั่นอัปเกรดมาแก้มืออีกที ถ้าเทียบกับในหนึ่งนาทีแรก จะพบได้ว่า Clear Sky 2015 เสียงคาเรน ตรงช่วง 0:50-1:05 เป็นต้นไปจะมีเนื้อเสียงที่ห้าวกว่า แต่พอเข้า 2024 เสียงสองคนนี้แทบจะคล้ายกัน 5555 รวมไปถึงผลงานที่ออกมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ก็สามารถขจัดความกังวลของเหล่าคนฟังในช่วงเปลี่ยนผ่านและรับไม้ต่อจาก Lineup แรกมาได้อย่างสมบูรณ์

เพลง claris 2nd lineup clara karen
รูปโปรโมตแรกหลังเปลี่ยน Lineup ใหม่
Clara + Karen (แทนด้วยสีแดง + เขียว)

ในเวลาต่อมา พวกเธอมีกิมมิคมากขึ้น เช่นจากเดิมใน MV ที่จะเป็นตัวการ์ตูนอวาตาร์ใช้งานอนิเมทขยับปาก หรือใช้การเล่าเรื่องที่ไม่ได้เห็นหน้านักร้อง เริ่มมี MV ที่เห็นเป็นมนุษย์จริง ๆ ออกมาสวมหน้ากากราตรีและชุดเดรสร้องรำทำเพลง (ท่าเต้นบางเพลงก็ไม่ได้ซิมเปิ้ล ๆ จำง่ายเหมือนเวลาไปเต้นเพลงประกอบจังหวะแอโรบิกด้วยนะ ซับซ้อนอยู่ 55555)

Hitorigoto เอ็มวีที่สองสาวมาโลดแล่นดั่งละครเงา

และในปี 2020 มีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้น เมื่อระหว่างคอนเสิร์ตพวกเธอตัดสินใจเปิดเผยถอดหน้ากากกันอย่างจริงจังสู่สาธารณะ ไม่ปกปิดกันอีกต่อไป โดยหลังจากนั้นพวกเธอได้เข้าสู่โหมดถอดหน้ากาก 100% อย่างใน MV ก็ถอดหน้ากากเต้น และรู้สึกได้ทันทีว่า หลังเข้ายุคถอดหน้ากาก สตอรี่ MV ของสาวๆ มีเนื้อเรื่องที่เล่นได้อิสระขึ้นมาก จากเดิมที่ยืนร้องนิ่งๆ หรือเต้นรำแบบสวยๆ, ร้องหลังม่าน พวกเธอก็มีทั้งเพลงคอนเซปต์ Girl Crush สุดดุดันอย่าง Alive ที่เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็ม Karen โชว์ความสามารถเตะสูง Axe Kick (0:50) จากคลิป MV เพลง Alive ด้านล่าง

หรือจะเพลง Folila ที่มีสตอรี่เข้าค่ายทดสอบความกล้าในโรงเรียนยามค่ำคืน ที่มาทั้งการใช้งาน Stop Motion ใน MV และสาว ๆ เล่นหูเล่นตากับกล้องได้มากขึ้นเยอะ

ไปทดสอบความกล้ากัน !!!

➤แนวเพลงวง ClariS— ใครชอบ Synthpop ก็ของอร่อยล่ะ

เกริ่นประวัติวงกันไปสักพักแล้ว มาพูดถึงตัวเพลงของ ClariS กันบ้าง หลายคนต้องคุ้นเคยเพลงที่ดนตรีให้ความรู้สึกหวาน สดใส ให้บรรยายออกเป็นภาพ ก็คงออกมาเป็น แฟรี่,เหล่าภูต, สาวน้อยเวทมนตร์ฟุ้งๆ ที่เติมเต็มด้วยดนตรีเสียงสังเคราะห์ (Synthpop) สอดผสานกับการดูเอทของทั้งสองที่ถ้าร้องท่อนเดี่ยวก็ฟังเพราะ รึพอจะร้องคู่ก็ช่างกลมกล่อมจนราวกับเป็นเนื้อเดียวที่เติมเต็มให้กัน

เพลงซิงเกิ้ลหลักๆ ดังๆ ที่จะให้อวยน่ะเรอะ มี… หูย เยอะะ 5555 พูดชื่อเพลงหรือถ้าได้ยิน Intro ก็น่าจะร้องอ๋อตามๆ กัน ไม่ว่าจะ Connect, Irony, Nexus, Reunion, Click, Colorful แต่ถ้าลองสังเกตจะพบว่าซิงเกิ้ลหลักประกอบอนิเม พวกเธอจะได้โจทย์เพลงที่ลักษณะคล้าย ๆ กัน คือเป็น สไตล์หวานๆ ฟังสบายๆ (มี Alive ที่ประกอบ Lycoris Recoil นี่แหละที่เพิ่งได้โจทย์อะไรแหวกๆ กับเค้าบ้าง แล้วก็มีอีกรอบนึงที่ได้ร้องเพลง clever ซึ่งเพลงนั้นโปรดิวซ์โดย GARNiDELiA จึงไม่แปลกใจกับซาวด์ที่ต่างออกไป)

ในขณะที่เพลงกลุ่มหลังม่าน อย่างเพลงรอง ไม่ว่าจะเพลงรองประกอบซิงเกิ้ลเอย (เพลง b-side) หรือเพลงรองอัลบั้มใหญ่ที่ไม่ได้เป็นซิงเกิ้ลหลักใดๆ (Album Track) ยังมีเพลงน่าสนใจอีกมากมาย ที่เราแวะไปฟังแล้วอยากบอกต่อ คนคงแนะนำเพลงดังๆ เพลงหลักๆ กันไปเยอะแล้ว งั้นวันนี้เรามาแนะนำเพลงไม่หลักกันบ้างดีกว่า และนี่จึงเป็นที่มาของบทความนั่นเองงง !! 😂😂😂 เอ๊า เกริ่นมายาวจัด ! เพลงที่เข้าเงื่อนไขของเราและจะแนะนำมีดังต่อไปนี้ !

➤เกณฑ์การแนะนำเพลง ClariS—ตัดรอบถึงสิ้นปีธันวาคม 2024

1.เป็นเพลงที่ไม่ได้ประกอบอนิเมะ ซึ่งเป็นได้ทั้ง
– เพลง B-side (เพลงรองในแผ่นซิงเกิ้ล)
– เพลง Album Track (เพลงประกอบอัลบั้ม แต่ไม่ถูกโปรโมตตัดเป็นซิงเกิ้ล)
– เพลง Single (ที่ไม่ได้เอาไปประกอบอนิเมะ)
2. เราถูกใจ ชอบเป็นการส่วนตัว กดวนฟังได้เรื่อยๆ จนอยากบอกต่อ
3. เพลงในโพสนี้ตัดรอบในช่วงสิ้นปีธันวาคม 2024 เพลงที่ปล่อยหลังจากนี้จึงยังไม่มีในลิสต์นี้

➤เล่าผสมการแปลเนื้อเพลงหรือพูดถึงภาคดนตรีบ้างสลับกันไป

เพื่อให้คำอธิบายแต่ละเพลงในโพสนี้มีความยาวที่กระชับ และอ่านๆไปแล้วรู้สึกไม่ซ้ำไปซ้ำมาในแต่ละข้อ เพลงไหนที่เรารู้สึกว่าดนตรีเด่น จะหยิบดนตรีมาเล่า ถ้าอันไหนที่หยิบเนื้อเพลงมาขยายได้ก็จะหยิบมาเล่า หรือบางเพลงอาจจะเล่าทั้งสองมุมเลย ขึ้นอยู่กับความยาวที่เหมาะสม

ทั้งนี้ เนื่องจากเนื้อเพลงญี่ปุ่นหลายเพลงในนี้มีการใช้อุปมา เปรียบเปรยเชิงสัญลักษณ์พอสมควร นี่จึงเป็นการตีความเนื้อเพลงเท่าที่จับใจความได้ในภาพรวมของเพลงนั้นๆ และอาจไม่เที่ยงตรงในระดับบรรทัดต่อบรรทัดที่สุด (หรือเพลงนั้นอาจจะตั้งใจเขียนออกมาให้สามารถตีความได้ในหลาย ๆ มิติอยู่แล้ว) ก็มาอ่านกันเอาเพลิน ๆ เน้อ ใครชอบเพลงไหนเป็นพิเศษก็ไปตามตำเนื้อเพลงในเชิงลึกกันต่อได้



➤แนะนำศัพท์ดนตรีน่ารู้กับโครงสร้างเพลงสักนิดนึง

เนื่องจากในบทความจะมีการพูดถึงศัพท์ดนตรีแทรกประปราย และใช้ซ้ำในหลายหัวข้อ เลยอยากจะเกริ่นไว้ตรงนี้เพื่อไม่ให้งง

โครงสร้างเพลง

โดยปกติเพลงที่เราฟังกันขั้นต่ำสามนาทีจะมีโครงสร้างเพลงมาตรฐานดังนี้

Intro + Verse 1 + Chorus 1 + Verse 2 + Chorus2 + Bridge (Verse 3) + Final Chorus + Outro

เราจึงขอยกตัวอย่างเพลงดังสุดคุ้นหูของพวกเธอ นั่นคือ Connect เพื่อประกอบว่าช่วงไหนเป็นท่อนไหน

แนะนำให้เปิดเว็บเนื้อเพลงนี้ในเว็บ Genius คู่ไปด้วย เพราะเค้ามีเขียนกำกับไว้ว่าท่อนไหนเรียกว่าอะไร

Intro คือ 0:00-0:23

Verse คือท่อนร้องปกติก่อนจะส่งไปยังท่อนคลอรัส

เช่น Verse 1 คือ 0:24-1:06 และ Verse 2 คือ 1:41-2:22 เราจะเห็นว่าตรงนี้ ดนตรีเหมือนกันแต่เปลี่ยนเนื้อเพลงเอา

Chorus หรือที่เรียกว่านิยมเรียก ฮุค ในบ้านเรา เพลงไทยหรือเพลงฝรั่งตะวันตกมักใช้คลอรัสที่เนื้อเพลงซ้ำกัน แต่เพลงญี่ปุ่นหลายเพลงชอบใช้เนื้อเพลงที่ต่างกัน เช่น Chorus 2 (2:23-2:46) ใช้เนื้อต่างจาก Chorus 1 (1:07-1:37)

  • Pre-Chorus คือท่อนระหว่าง Verse ก่อนไป Chorus มันคือท่อนอุ่นเครื่องเชื่อมตรงกลาง เค้าเรียกตรงนี้ว่า Pre-Chorus เพราะมันวอร์มอัปเตรียมบิ๊วก่อนไประเบิดตู้มที่คลอรัสนั่นเอง ที่เราไม่เขียนชื่อนี้ลงในกรอบสีเหลืองด้านบนเพราะเดี๋ยวจะยาวทะลุขอบไป

Bridge (บางคนก็ชอบเรียกมันว่า Middle 8) มองท่อนนี้ว่าเป็น Verse 3 ก็ได้ ท่อนนี้มันจะต่างจาก Verse 1,2 ก็ตรงที่ดนตรีมันฉีกออกไปจาก Verse 1, 2 แบบที่รู้สึกได้เลยว่า เฮ้ย มันต่างจากก่อนหน้านี้แฮะ

Bridge ในเพลงนี้คือ 2:47-3:31 ซึ่งถ้าเอาในเชิงลึก เขาว่า Middle 8 มันมีความต่างกันกับ Bridge กล่าวคือ Middle 8 จะมีความเจาะจงกว่าในแง่ทฤษฎีดนตรีแต่ถ้าพูดโดยกว้างๆ ทั่วไป ก็จะเข้าใจกันว่าสองคำนี้หมายถึงท่อนที่ 3 น่ะนะ

Outro คือช่วงจบเพลง 4:05-4:30

ในเพลงยุคหลังๆ เค้านิยมทำเพลงไม่ถึงสามนาทีกัน ดังนั้นบางท่อนจะหายไปไม่ตรงตามโครงสร้างด้านบน แล้วแต่ว่าคนแต่งเพลงจะเลือกตัดตรงไหนออก เช่น ข้าม Chorus 2 แล้วไปท่อน Bridge เลย

➤ ศัพท์เพลงอื่น ๆ

Drum n Bass ตัวย่อ DnB แนวเพลงที่มีกลองรัวๆ มันเคยฮิตตอนแถวๆ 2010 แล้วก็เวียนมาฮิตใหม่ โดยเฉพาะวงการ K-Pop ที่ตอนนี้ออกมาให้ได้ยินหลายเพลง เช่นเพลง Prom Night ของ fromis_9, In Bloom ของ ZEROBASEONE

เพลงอนิเมที่เป็นแนวนี้ตัวอย่างเช่น

Synth-pop แนวเพลงป๊อบที่ใช้ Synthesizer (เสียงสังเคราะห์) เป็นส่วนประกอบ

b-side คือเพลงรองของ Single ในสมัยยุคแผ่น Vinyl หรือเทป Cassette เค้าจะมีด้านหน้าด้านหลัง ด้านหลัก (A-side) ก็คือเพลงหลักและอีกด้านคือเพลงรอง แต่ด้วยยุคปัจจุบันที่คนหันมาสตรีมมิ่งมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นที่เรียกติดปากว่า b-side คือเพลงรองของแผ่น Single และในหลายครั้ง เพลง b-side เหล่านี้ก็ไม่ถูกมัดรวมไปอยู่ในแผ่นรวมฮิตอัลบั้มใหญ่อีกที จึงมองได้ว่าเป็นเพลงลับเพลงซ่อนแอบเลยก็ว่าได้

EP ย่อมาจาก Extended Play ปกติจะไว้เรียกแผ่นเพลงที่มีมากกว่าซิงเกิ้ล โดยทั่วไปซิงเกิ้ลมีอยู่ประมาณ 3 เพลง แต่ก็ไม่ได้ยาวจัดเต็มแบบอัลบั้มที่มีเป็นสิบเพลง บางคนก็นิยามให้เข้าใจง่ายๆ ว่า EP ก็คือ Mini Album เช่นจากกระทู้ reddit นี้

Ballad เป็นความหมายป๊อบแบบกว้าง ๆ ที่คนนิยมใช้สมัยนี้ละกัน อาจจะไม่ถูกในความหมายดั้งเดิมของมัน แต่เวลาคนพูดว่า “อันนี้คือเพลงบัลลาดที่ดี” ก็ให้นึกไว้ว่าเค้าหมายถึงเพลงช้า ซึ้งๆ แปะกระทู้พันทิปที่คนเคยถามไว้

….แหม เกริ่นมายาวขนาดนี้ ไม่ได้เริ่มเข้าเพลงกันสักที ปะ ! เริ่มกันได้ล้าววว !!!!


➤กลุ่มเพลง B-side: เพลงรองซิงเกิ้ล

Genso Renbo

(เพลง b-side ซิงเกิ้ล Folila)

เข้าสู่เพลงแรก เอาดีๆ หลังจากที่สังเกตมากพักใหญ่ หลาย ๆ เพลงของวงนี้ที่ใช้องค์ประกอบอย่าง เสียงเครื่องดนตรีญี่ปุ่นมาเอี่ยวด้วย ส่วนใหญ่มักเป็นเพลงที่เราชอบทั้งนั้น 🤣🤣

ทำนองของ Genso Renbo เปิดด้วยเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านก่อนจะซัดด้วยดนตรีสไตล์ Drum n Bass (ตัวย่อ DnB)

จะว่าไป พักหลังๆ แนวเพลง DnB เหมือนจะกลับมาฮิตอีกครั้งนะ หลังจากซาไปช่วงปี 10s ได้ หลังๆ ฮิตเลยใน K-Pop เช่นเพลง Prom Night ของ fromis_9, In Bloom ของ ZEROBASEONE

ในช่วงพรีฮุค (0:42-0:48) ตัวเพลงไต่ระดับด้วยการรัวกลองไปเรื่อย ๆ จนคุกรุ่นได้ที่ ก่อนจะสับเฟสของเพลง ด้วยเสียงหยดน้ำและเสียงกลองอันทรงพลัง (หูฟังใครที่เน้นเบสหน่อย น่าจะตึ้บหูท่อนนี้อยู่ 5555) หลังจากนั้น เพลงจะปิดในแต่ละฮุคด้วยเสียงขลุ่ยพื้นบ้านเพื่อเป็นการคูลดาวน์เบา ๆ

Genso Renbo จึงเป็นเพลงที่ผสมผสานหลายๆ องค์ประกอบไว้ในหนึ่งเพลงที่ฟังแล้วไหลลื่น ไม่ได้รู้สึกว่าร้องเร็วไป ฟังแล้วไม่หูล้าง่ายๆ (จะล้าก็ตรงที่เบสตึ้บซะมากกว่า)

Koimachi Kaguya

(เพลงรองซิงเกิ้ล Fight!!)

เคยมีกลุ่มแฟนคลับ ClariS ตั้งโพลให้กดโหวตว่าชอบเพลงอะไรที่สุดในซิงเกิ้ลแผ่น Fight!! สรุปคนกดโหวตชอบเพลงนี้เยอะสุดของซิงนี้เลย 😂 แหม๊ ก็ของเค้าดีจริงงงนี่นา

เพลงนี้เหมือนเพลงข้างบนตรงที่มันเป็นเพลงจังหวะเร็วและผสมเครื่องดนตรีพื้นบ้าน โดยในสองวินาทีแรก เพลงหลอกให้เราตายใจนึกว่าเป็นเพลงช้า ก่อนจะโดนช๊อต เฉลยว่า ไม่จ้า แท้จริงฉันเป็นเพลงแนววงสตริง แหม่ เล่นเรียกมาครบทั้งเสียงกีตาร์และกลอง คีย์บอร์ดเต็มวงซะขนาดนี้ 😂😂

Koimachi Kaguya ถือเป็นเพลงที่ประคับประคองความฟังสนุกได้สม่ำเสมอตลอดทาง ไม่ว่าจะช่วง Pre-hook (0:27-0:41) ก็บิ๊วเข้ามาได้เข้าท่า รึจะท่อนฮุคเองก็ไม่น้อยหน้า และเมื่อบิ๊วให้คนฟังไปสูบฉีดเลือดเต้นแอโรบิกมายาวๆ สองนาทีเต็มแล้ว เพลงก็ให้ช่วงคูลดาวน์มาพักหายใจกันเล็กน้อยตรงท่อน Bridge (2:23-2:46) เพื่อจะไปทิ้งทวนแอโรบิกกันจัดเต็มเป็นรอบส่งท้ายใน Final Chorus

เพลงนี้ถูกจัดไว้ในลำดับสุดท้ายของแผ่นซิงเกิ้ลแผ่นนี้ ซึ่งเราว่าเหมาะแล้วล่ะที่เอามันไปไว้หลังสุด เพราะมันทำหน้าที่ราวกับ Finale เพื่อเตรียมปิดม่านการแสดงดี มันคืออีกหนึ่งเพลง ClariS ที่ควรค่าแก่การฟังอย่างแท้จริงงงง !

Bye-Bye Butterfly

(เพลงรองซิงเกิ้ล Careless)

เมื่อฟังอินโทรเพลงนี้ไปได้ 20 วิแรก…นี่มันช่างชวนให้นึกถึง J-pop ยุค 80s ที่เน้น Synthesizer หนาๆ จังหวะกลองตุบตับหรือเสียงกลองตบแปะ แท๊บๆ เลยนี่นาาา (ยกตัวอย่าง เช่นวง Wink) ตอนเราได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกนี่รู้สึกแปลกหูเลยล่ะ เพราะเป็นดนตรีแนวที่สองสาวยังไม่เคยแตะจริงจัง (พวกเธอมีเพลงเสียง Synth มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยสวมวิญญาณ Synth ยุค 80s จ๋าเฉกเช่นเพลงนี้) แต่มันก็ยังเป็นงานซาวด์ยุค 80s ที่ผสมกลิ่นอายปัจจุบันให้ดูทันสมัยอยู่นะ

เพลงว่าด้วยการจากลาโดยเปรียบเปรยเป็นดั่งผีเสื้อที่ผละออกจากฝ่ามือ มันช่างแสนเจ็บปวดเหลือเกิน

ลาก่อน เจ้าผีเสื้อเอ๋ย ไม่ชินเลยกับโลกที่ไม่มีเธออยู่ แม้จะรู้ว่าเธอคงไม่กลับมาแล้ว ชั้นก็คงได้แต่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วกระซิบอย่างแผ่วเบาว่า “ขอบคุณนะ เจ้าผีเสื้อ”



Luminous Once More

เพลงนี้เป็นเพลงในโอกาสพิเศษเพราะเป็นเพลงประกอบเกมส์ BanG Dream! Girls Band Party
เพลงชื่อ Luminous Once More ซึ่งเป็นคนละเพลงกับ Luminous ที่ประกอบหนังมาโดกะนะ ถึงแม้ชื่อจะคล้ายๆ กัน 55555

ถ้าฟังเพลงนี้เปล่า ๆ แล้วมีคนมาหลอกบอกว่าไม่ใช่เพลงประกอบเกมส์ เราก็เชื่อนะ ทรงเอาไปประกอบอนิเมได้อยู่ววว เพลงมีท่อนฮุคที่ไลน์กลองแน่นปึ้ก ดนตรีซินธ์เองก็ให้บรรยากาศคล้ายเสียงระฆังน่ารักๆ มาเติมสมดุลให้ฟังละมุนขึ้น รวมไปถึงท่อน Bridge (2:50-3:14) ที่มีทั้งฝั่งของโซโลเปียโนแสนซอฟต์หวาน และฝั่งของกีตาร์ที่มีไลน์เล่นดุดันมาผสมผสานกัน ถือเป็นเพลงที่มีการพบกันครึ่งทางระหว่างความซอฟต์และสตรองได้อย่างไอเลิฟฟฟฟ

Don’t Cry

(เพลงรองซิงเกิ้ล nexus)

เพลงนี้เหมือนเพลงปัจฉิมนิเทศที่ฟังตอนม.6 ก่อนทุกคนแยกย้ายไปเรียนต่อมหาลัยเลยอ่ะ Don’t Cry เป็นเพลงช้าที่ร้องตามง่าย แฝงด้วยความหมายของเพื่อนรักที่…ถึงแม้เราจะแยกทางกันหลังจากชีวิตในรั้วโรงเรียนใกล้สิ้นสุดลง ถึงเราจะห่างไกลกันก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงเราก็คือเพื่อนกันนี่นา เรื่องนี้จริงแท้ไม่แปรเปลี่ยน เพราะงั้นไม่ต้องร้องไห้นะ ! นี่มันไม่ใช่การลาจากแต่มันคือคำขอบคุณต่างหาก พวกเราเพื่อนกันตลอดไปปป ถ้าหยิบเพลงนี้ไปเปิดถูกโอกาส ถูกสถานที่แล้วมันจะน้ำตาไหลออกมาได้นะหนิ

แหม่ เพลงทรงมาดีซะขนาดนี้ จะไม่ให้หยิบมาเล่าได้ไง๊ ! 🤣

Pieces

(เพลงรองซิงเกิ้ล Colorful)

เพลงนี้มีสไตล์ Synthpop ที่โดดเด่นมากของ Lineup แรก ภาคเนื้อร้องและดนตรีเสกสรรออกมาได้ลงตัวไปหมด

มีช่วงหนึ่งที่เรายกให้เพลงนี้เป็น The Best เพลง B-side ของวงนี้อันดับหนึ่งในใจไปเลย เอามงลูกรักเบอร์หนึ่งไป !! ดีขึ้นหิ้งจนสามารถทิ้งอันดับ 2-3 ห่างแบบหลายช่วงตัว 5555 (อื้อหือ ขนาดนั้นเลยนะ 😂)

แต่ถ้าถามถึงตอนนี้…ก็ยังรู้สึกว่า เพลงนี้ยังคงเป็นอันดับหนึ่งในความประทับใจ แค่ระยะห่างของเพลงรองที่ตามมามันไม่ได้ทิ้งห่างเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เพราะหลังๆ ก็มีเพลงเจ๋งๆ ที่มาประชันซื้อใจเราได้อย่างสูสีมากขึ้น เราต้องแบ่งใจให้ลูกรักคนอื่นบ้างเซ่ะ แฮ่~

ตัวดนตรีหรือจังหวะจะโคนต่างๆ ของ Pieces ให้ความรู้สึกย้อนวัยเหมือนเพลงอนิเมยุค 90 มากกกก (90s เป็นแบบใด ยกตัวอย่าง เช่น Orphen ED1) ย้อนวัยถูกใจกันแบบนี้ ยิ่งทำให้ได้คะแนนโบนัสส่วนตัวจากเราไปอีก 55555

เพลงนี้มีให้ชมหลายๆ จุด มากด timestamp ไล่ตามฟังกันก็ได้ เริ่มตั้งแต่

  1. ช่วงท้ายในแต่ละฮุค (1:13-1:23) ที่สองสาวจะสลับกันร้อง ก่อนจะไปร้องพร้อมกันเพื่อจบฮุคตัวนั้นๆ เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกปวดหัวใจยังไงไม่รู้สิ… สุดท้ายเลยลองไปอ่านเนื้อเพลงก็ไม่แปลกใจละล่ะว่าทำไมปวดใจ (เดี๋ยวเฉลยข้างล่าง)
  2. ตอนสับเฟสท่อนฮุคที่สองไปยังท่อน Bridge (2:35 – 2:56) มีการทิ้งเป็นท่อนดนตรีล้วนเข้ามาเป็นช่วงระยะหนึ่ง ตรงนี้ล่ะที่ทำได้ระรื่นหูสุด ๆ
  3. Bridge บิ๊วได้อย่างทำถึง (2:56 – 3:19)
  4. การส่งไม้ต่อจาก Bridge ไปช่วงสุดท้ายใน Final Chorus + Outro (3:19 – 4:18) ที่หาทางลงได้สวยสง่างาม เป็นทางลงที่ให้ความรู้สึก Cool Down ได้เป็นอย่างดี ถ้านับตั้งแต่วินาทีที่ 2:35 – 4:18 ก็ถือเป็นคอมโบการฟังที่ยิงยาวต่อเนื่องทางอารมณ์มากๆ

นอกจากนั้นความหมายของเนื้อเพลงยังคมคายอีกด้วย ด้วยการเปรียบเปรยระหว่างความสัมพันธ์เป็นดั่งจิ๊กซอว์ที่ต้องประกอบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของเราก็เหมือนแผ่นจิ๊กซอว์แห่งความรู้สึกของเราที่ประกอบเข้าด้วยกัน เมื่อชิ้นส่วนเหล่านี้อยู่ด้วยกันมันก็ทรงพลัง ก็เหมือนที่เมื่อเราอยู่ด้วยกัน เราจะทะยานไปที่ไหนก็ได้ เพราะเธอคอยอยู่เคียงข้างฉันและเชื่อมั่นในตัวฉันนั่นไง แต่นั่นก็มาพร้อมกับความท้าทาย เพราะเมื่อวันเวลาผ่านไป จิ๊กซอว์ของเราจะยังคงประกอบแข็งแรงกันแบบนี้อยู่รึเปล่านะ !?

สำหรับเรา Pieces ทรงพลังพอที่จะเอาไปใช้เป็นเพลง Ending ประกอบอนิเมสักเรื่องยังได้เลย และด้วยความที่มันเป็นเพลง B-side ที่ไม่ได้ถูกเอาไปมัดอยู่ในอัลบั้มเต็มด้วย มันจึงกลายเป็นเพลงเพชรในตมที่ซ่อนแอบซะอยู่ในหลืบเลย

ว่าไปแล้ว…เราเขียนเพลงนี้ซะยาวเชียว ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเราถึงบอกว่าเราอวยเพลงนี้เป็นพิเศษ 5555

Butterfly Regret

(เพลงรองซิงเกิ้ล Hitorigoto)

Butterfly Regret เป็นเพลงที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของเราสอง ที่แรกเริ่มมันช่างสดใส บานสะพรั่งราวกับฤดูใบไม้ผลิ 🌸 เราสองกระโดดโลดเต้นเฉกเช่นเหล่าผีเสื้อที่กำลังเริงระบำ 🦋 ความสัมพันธ์พัฒนาและผลัดเปลี่ยนสีดั่งฤดูกาล 🍃 แต่เพียงเดินพลาดไปเพียงนิดเดียวแค่นั้นแหละ ! ทุกอย่างก็พังทลายลงซะงั้น… บัดนี้ ฉันรู้ตัวแล้วว่าความสัมพันธ์นี้มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ลาก่อน ซาาาาโยยยยนาาาาาระะะะะะะ

พูดถึงเนื้อเพลงนี้ ความหมายมันก็แยบยลกว่าที่คิด เพราะใส่เชิงสัญลักษณ์ไว้หลากหลายชิ้น 5555 นอกเหนือจากการแทนด้วยผีเสื้อ, ฤดูกาล ก็ยังมีท่อนที่แทนด้วยดอกไม้ในทั้งสี่ฤดูกาลอีกต่างหาก เป็นเพลงที่ถ้าใครชอบแกะความหมายในเชิงสัญลักษณ์ด้วย นี่ก็เป็นเพลงที่เหมาะเหม็งเลย

ในภาคดนตรี…Butterfly Regret มีลักษณะคล้าย Koimachi Kaguya ที่เขียนไว้ด้านบนตรงที่ ในต้นเพลงเปิดตัวมาอย่างเนิบนาบ ก่อนจะสับเฟสเป็นจังหวะฉับไว และใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านญี่ปุ่นเหมือนกัน กว่าคุณจะรู้ตัวว่าดนตรีมันสับเฟสไปเรียบร้อยที่วินาที 0:19 ความสนุกของดนตรีก็ได้จับมือลากคุณไปแบบหยุดฟังไม่ได้ซะแล้วววว



Loop

(เพลงรองซิงเกิ้ล ALIVE)

เพลงดนตรีโทนน่ารักๆ ให้ความรู้สึกเบาๆ ชวนโยกตัวนิดๆ จุดที่ขอชมเพลงนี้เป็นพิเศษก็คือภาคดนตรีนี่ล่ะ เพราะฟังแล้วเพลินใจดีแท้

ว่าแต่เพลงชื่อ Loop นี่มันสื่อถึงอะไรกัน? สำหรับชาวอนิเมที่ดูอนิเมแนวท่องเวลาบ่อยคงจะคุ้นเคยกับคำว่า “ลูป” โดยเฉพาะมาโดกะที่สาวๆ ร้องประกอบให้เป็นขาประจำ กับกงกรรมกงเกวียนลูปนรกที่โฮมุระต้องวนเวียนอยู่ในช่วงเวลาเดิมๆ เพื่อเฟ้นหาทางช่วยเหลือมาโดกะให้ไม่ต้องไปพบจุดลงเอยอันเศร้าสร้อย

ชื่อ Loop ในเพลงนี้ก็เช่นกัน มันสื่อถึงวังวนลูปนรกที่ตัวเธอเจอแล้วเจอเล่า ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่แสนปั่นป่วน เช้าลืมตาขึ้นมาก็เจอแต่เรื่องเดิมๆ (อย่าเผลออ่านเป็นเพลงพี่บี้ The Starล่ะ 😅) เจอแต่เรื่องทุกข์เดิมๆ แหงนหน้าขึ้นมาก็เห็นป้ายไฟนีออนสีขาวดำเฉาๆ จบวันด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยวเหมือนทุกครั้งไป แต่ตอนนี้เรารู้ตัวแล้วล่ะ ! ไอ้ความโลเลรึเรื่องผิดพลาดน่ะ มันเลี่ยงในชีวิตไม่ได้หรอก มันต้องเจอบ้าง แต่เราต้องเผชิญหน้าและเดินหน้าต่อไปน่ะสิ เพราะเรายังเชื่อในเส้นทางที่เคยวาดฝันไว้ ถึงวันไหนมันจะโคตรแย่แต่ชั้นจะไม่ย่อท้อหรอกนะ !

โดยในท่อนท้าย ๆ ได้บอกเล่าฉากจบว่า และแล้วชั้นก็ได้พบว่า…วันนี้ ชั้นไม่จบวันด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยวแล้วนี่นา ป้ายนีออนที่มันเคยขาวดำเฉาๆ ตอนนี้มันสดใสเจิดจรัสแล้ว เอ้อออ เธอได้หลุดจากลูปนี้แล้ว !

ป.ล. อวยปกซิงเกิ้ลนี้นิดนึงเพราะเค้าซ่อนตัวอักษร A-L-I-V-E ไว้อย่างแยบยลจริงๆ

Sakura Incarnation

(เพลงรองซิงเกิ้ล Andante)

เข้าสูตรเพลงปังซื้อใจเราเหมือนหลาย ๆ เพลงข้างบนอีกแล้วกับการเอาเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านญี่ปุ่นมาผนวกด้วย แต่รอบนี้มาในจังหวะแดนซ์ เบสตุ๊บๆ เป็นเพลงสำหรับขาแดนซ์ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่ไม่ค่อยเจอจากผลงานพวกเธอเหมือนกัน ถ้าหลับตาฟัง เพลงก็ดูเข้าพวกกับเพลงแบบ Kyouki Ranbu ของ GARNiDELiA อยู่เหมือนกันแฮะ นั่นล่ะฮะ ใครเป็นสายขาแดนซ์ที่ชอบการผสมผสานของเครื่องดนตรีญี่ปุ่นด้วย น่าจะชอบเพลงนี้กัน

➤อัลบั้ม Birthday (2012)

Sayonara wa Iwanai

เข้าสู่หมวดเพลงในอัลบั้มเต็มกันบ้างงงง

Birthday เป็นอัลบั้มเต็มตัวแรกของสองสาวที่มีจำนวนเพลง 12 แทร็ค ที่เอาดีๆ เราชอบอัลบั้มเต็มตัวนี้ที่สุดของวงนี้เลย เพราะทุกแทร็คที่ใส่มาในนี้สามารถฟังยิงยาว 12 แทร็คได้แทบไม่ต้องกดข้าม อัลบั้มอื่นเรายังมีชอบเป็นแค่เพลงๆ กดข้ามบ้าง แต่อัลบั้มนี้ของเค้าท็อปฟอร์มจริงงง โดยเพลงแรกที่เปิดอัลบั้มนี้มาก็ไม่ใช่เพลงซิงเกิ้ลหลักหรืออะไรที่เราๆ คุ้นหูอย่าง Irony, Connect ด้วยนะ แต่เป็นเพลงประกอบอัลบั้มที่ไม่ได้ประกอบอนิเม นั่นคือเพลง Sayonara wa Iwanai —ไม่ขอเรียกว่าบ๊ายบายหรอกนะ !

เพลงนี้เป็น Midtempo ฟังสบายๆ เนื้อเพลงบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่แยกจากกัน (น่าจะหมายถึงในแง่ระยะทางที่ต้องห่างกัน) แต่จิตใจยังคงเพรียกหา~~ ยังคะนึงถึงเธอเสมอ ถึงเราจะต่างคนต่างเดินไปตามเส้นทางของตัวเอง แต่เราจะไม่พูดว่าลาก่อนหรอกนะ เพราะฉันเชื่อว่า…เราจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งภายใต้ผืนฟ้าแห่งนี้

ภาคดนตรีใส่มาแน่น เมโลดี้ก็เรียบเรียงได้ฟังเพลิน สองสาวมีท่อนที่สลับเข้าเสียงโหมดต่างๆ เช่นเข้ากลางบ้าง เข้าหลบบ้าง ซึ่งร้องออกมาได้ละมุนละไม เป็นเพลงเปิดอัลบั้มที่เค้าไม่ได้มาเล่นๆ ราศีสง่าไม่แพ้เพลงหลักเลย

➤อัลบั้ม Second Story (2013)

Hanabi

เพลงกลิ่นอายเหงาๆ อ่านแค่ชื่อ Hanabi ที่หมายถึง ดอกไม้ไฟ ถ้าคุณอยากเปิดเพลงของ ClariS ในช่วงดอกไม้ไฟ…ไม่มีเพลงไหนจะเหมาะสมเท่าเพลงนี้ 5555 แม้กระทั่งเนื้อเพลงหรือฟีลลิ่งดนตรีก็ยังชวนให้คนฟังรู้สึกว้าเหว่แบบสุดกู่ ไม่ต้องแปลกใจไป เค้าบิ๊วคุณมาได้ถูกทางแล้ว เพราะเนื้อเพลงนั้นพูดถึง

ความทรงจำของทั้งสองในคืนดอกไม้ไฟ เธอผู้เขินอายในชุดยูกาตะและไม่ชินใส่รองเท้าเกี๊ยะ โอ๊ย ! ไม่อยากรีบกลับบ้านเลย ขออยู่ต่ออีกนิดได้ไหม เฮ้อ~ ทำไมเราไม่ชื่นชมโมเมนต์เหล่านั้นให้มันมากกว่านี้นะ ฮื๊อ แค่คิดตอนนั้น น้ำตามันก็ไหลอีกแล้ว โธ่เอ๊ย !!

เป็นเพลงช้าที่ทำได้ Emotional จับจิตจับใจ ตีโจทย์แตกเป็นที่สุดดด


➤อัลบั้ม PARTY TIME (2014)

Drawing

แล้วก็มาถึงอัลบั้มชุดที่สาม Party Time ซึ่งเป็นอัลบั้มสุดท้ายก่อน Alice จะแกรดออกไป…โอ้โห พอมาดูประวัติผลงานนี่ วงก็เล่นปล่อยอัลบั้มปีต่อปีเลยแฮะ แล้วอัลบั้มนึงก็ใส่มา 12 เพลงจุกๆ ถือว่ารุกงานหนักมาก 55555

อารมณ์รวมๆ ในอัลบั้ม Party Time หากเทียบกับมู้ดสองอัลบั้มแรก เราว่าโทนเพลงมีดนตรีสนุก ๆ เยอะ

Drawing เป็นแทร็คแรกของอัลบั้ม ว่าด้วย

การวาดเรื่องราวสานฝันอนาคตของพวกเรา ระหว่างทางมันคงมีทั้งความหวังและความกังวลผสมปนเปกันไปล่ะ เอห์ อยากรู้จังว่าพวกเราจะไปได้ไกลแค่ไหน มาวาดอนาคตที่สดใสไปสู่วันพรุ่งนี้ด้วยกันเถอะะะะ

เค้าเลือกแทร็คเปิดอัลบั้มออกมาได้น่าสนใจดีเลยนะ เพราะแค่ได้ยินอินโทรก็รู้สึกว่า เฮ้ย ! ตื่นได้แล้ว ได้เวลางานเลี้ยงแล้ว !! แม้ตัวเพลงจะเป็นจังหวะกลางๆ สไตล์ Midtempo แต่ก็ฟังสนุกแล้วชวนอยากให้ลุ้นต่อเลยว่า เพลงแรกยังใส่มาขนาดนี้ แล้วเพลงที่สองจะมาเป็นเพลงแนวไหนกัน !?

Restart

ขยับมาที่แทร็คที่ 4 ของอัลบั้ม แม้ว่าอัลบั้มจะปล่อยมาตั้งแต่ปี 2014 ..แต่จนถึงปัจจุบัน เรายังคงเวียนกลับมาเพลงนี้บ่อยๆ บ่อยกว่า Drawing ข้างบนซะอีก (ก็สิบปีละนะ 5555)

เพลง Loop ข้างบนนู้น กล่าวถึงการวนลูปในชีวิตคนเราที่เต็มไปด้วยอุปสรรค เซตติ้งจะเหมาะกับผู้ใหญ่วัยทำงานขึ้นไปหน่อย ส่วนเพลง Restart เองก็มีเนื้อเรื่องการวนลูปเช่นกัน แต่เป็นการวนลูปของ:

เธอผู้อยากสารภาพรักแก่คน ๆ หนึ่ง แต่เธอก็ทำผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ปากไม่กล้าบอกเขา ได้แต่มองเขาเดินจากไป อยากให้เขารู้ว่าตัวตนในห้องเรียนของเรากับตัวตนที่แท้จริงมันต่างกันนะ แต่ก็บอกเค้าไม่สำเร็จสักที แต่ๆๆ ไม่เอาแล้ววันนี้(กว่าจะฮึดก็ท้ายเพลงละลูกกก) สูดหายใจใหญ่ ๆ เข้าฟอดนึง วันนี้ตัวชั้นคนใหม่ New me, New version จะไม่ซ้ำรอยอีกแล้ว จะบอกความรู้สึกนี้ออกไปให้เธอได้รับบบบรู้ววววว !

ความสนุกของเพลงนี้คือช่วง pre-hook (0:50-0:59) ที่มีการส่งไม้สลับไปมาระหว่าง Clara และ Alice และบีตดนตรีด้านหลังก็เร่งเร้าให้เราฟังแล้วลุ้นไปด้วยว่า แล้วท่อนฮุคมันจะมาท่าไหนกันนะ เป็นเพลงฟังง่ายที่ทำให้เรานั่งติดตามไปตลอดครบสี่นาทีโดยที่ไม่เบื่อ

ในช่วงสุดท้าย ทั้งสองมีร้องลากเสียงไว้สามท่อนในช่วง 3:48-3:54 ใครจะเอาไปร้องเกะก็ standby ลมในปอดสำหรับท่อนนี้เอาไว้ 5555 “เรื่องราวของเธอ ฉันจะส่งความรู้สึกนี้ไปให้เธอรับรู้วววววว ส่งออกไปให้ดังยิ่งกว่าใคร ใครรรรรรรรร” เป็นประโยคปิดท้ายเพลงที่สวยงาม จบบริบูรณ์ ไม่ค้างคา



➤อัลบั้ม Fairy Party (2018)

Hirahira Hirara

EP: Spring Tracks / อัลบั้ม: Fairy Party

อินโทรเพลงนี้ดังขึ้นปุ๊บ ไม่วายว่ามีเสียงดนตรีพื้นบ้านญี่ปุ่นเจ้ามาแจมอีกแล้ววว สำหรับเราที่เป็นภูมิแพ้เครื่องเสียงดนตรีญี่ปุ่น (จากตัวอย่างเพลงบน ๆ ที่ยกตัวอย่างไป) สงสัยจะโดนตกอีกแล้วรึเปล่าเนี่ย 🤣🤣🤣

เพลงนี้อธิบายเยอะไม่ได้เลย เพราะช่วงเวลา 5 นาที 13 วินาทีอันแสนศักดิ์สิทธิ์หูเคลือบทองนี้ อยากจะให้คุณผู้อ่านไปลองสัมผัสเป็นบุญหูเองว่าทำไมเราจึงอวยนักอวยหนา (เอ๊า โยนกันง่ายงี้เลย 5555) ไฮไลท์เพลงนี้คือช่วง Bridge (3:08) เป็นต้นไปจนยันจบเพลง แค่ฟัง ก็น่าจะพอนึกภาพตามได้ว่า เพลงนี้เอาไปร้องคาราโอเกะสงสัยจะไม่หมูแฮะ หลบเสียงกันเป็นว่าเล่น เท่านั้น ยัง ! ยังไม่พอ ! ยิ่งเข้าช่วงสุดท้าย (4:12) ยั๊งจะขยี้ ขยับคีย์เพลงขึ้นมาแกงให้คนร้องเกะร้องฮึดตามยากกว่าเดิมอีก 55555 ซึ่งสองนางเอาพาร์ทนี้ซะอยู่หมัด เป็นการส่งท้ายเพลงที่ครบองค์ สมบูรณ์ สมชื่อเพลงหูทอง สุดไพเราะเพราะพริ้ง ✨✨

➤อัลบั้ม Parfaitone (2022)

Mermaid

เพลงชื่อว่านางเงือก ภาพในหัวตอนแรกคิดว่าซาวด์เพลงคงออกมาซอฟต์หวานล่ะมั้ง… เอ๊า ผิดคาดแฮะ ฟังจริง ๆ แล้วซาวด์ออกมาดุดันชะมัด เป็นเพลงที่เรายกให้ชอบสุดในอัลบั้ม Parfaitone

พูดถึงเพลงญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Mermaid แต่ซาวด์ดุดันเหมือนกันอีกเพลงที่นึกออก ก็ต้อง Empty MERMAiD ของ LiSA ล่ะนะ 55555

สิบวิแรกของเพลง ขึ้นต้นด้วยเสียงดนตรีจางๆ ทำเอาสงสัยว่าจะไปไงต่อล่ะ แต่เมื่อเข้า 0:11-0:14 ก็เซอร์ไพรส์ด้วยไลน์เครื่องสาย+เปียโนแบบ Arpeggio (คือการไล่แพทเทิร์นตัวโน๊ตจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายโดยไล่ดีดยาวเกือบทั้งแผงเปียโน) เหยยย มาไม้นี้เลยเรอะะะ

หลังจากนั้นไปยันจบท่อนฮุค เดาไม่ออกแล้วเนี่ยว่าเค้าใส่ลูกไม้แบบไหนมาบ้าง เพราะแต่ละท่อนมันมีสไตล์ต่างกันไปหมด 555555

0:15 – 0:35 ท่อน Verse โอเคมานิ่งๆ
0:36 – 0:50 ท่อน Pre-hook เออ บิ๊วได้น่าสนใจละ แล้วจะไปยังไงต่อ
0:51 – 1:27 ท่อนฮุค ห๊ะะะ !? อัดฮุคแบบนี้เลยเหรอ ดนตรีก็แน่นทั้งทั้งไลน์กลอง, เปียโน ฟังแล้วรู้สึกกลมกล่อม รสชาติอร่อยไม่พอแล้ว ยังรู้สึกอิ่มตามไปด้วยเพราะใส่เครื่องเทศมาแน่นจริงๆ (นี่เปรียบเทียบการฟังเพลงเป็นของกินไปซะแล้ว 😂😂)

ยัง ! ยังไม่หมด ! จบฮุคไปแล้วแต่เมื่อเข้าช่วง Post-chorus (1:28-1:38) เหมือนภาคดนตรีก็ไม่อยากยอมสองสาวที่จัดเต็มไปแล้ว ฝั่งเครื่องดนตรีอยากโซโล่กับเค้าซะด้วย 55555 ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ดนตรีต่างๆ ออกมาโลดแล่นแบบกระจุกกระจิกเต็มไปหมด เดี๋ยวก็มีไล่ Arpeggio ของเปียโนขึ้นๆ ลงๆ บ้าง บางวินาทีก็เหมือนหลุดมาจากเกมส์แฟนตาซีบ้าง ซาวด์โหมโรงเวอร์วัง ยกให้เป็นเพลงเซอร์ไพรส์สุดๆ ในอัลบั้มนี้เลย

แหมมมม่ ชมขนาดนี้ต้องลองพิสูจน์ฟังกันเองแล้ว ! (แต่ถ้าสุดท้ายไม่ชอบหรือรู้สึกเฉย ๆ ก็ไม่เป็นไรนะ ฮาาา)

➤EP สี่ฤดูกาล (2016 – 2024)

Summer Delay

EP: Summer Tracks /อัลบั้ม: Parfaitone

“เฮ้ออ ซัมเมอร์ซัมใจ อากาศก็อบอ้าว ใจก็เต้นร้อนรุ่ม เป็นแบบนี้เพราะเธอแท้ๆ ความทรงจำในช่วงฤดูร้อนอันแสนหวานชื่นกับเธอมันผุดขึ้นมาอีกครั้ง มีทั้งเรื่องดีและไม่ดีที่เกิดขึ้นแหละ ยังไงซะ ปล่อยให้ชั้นติดอยู่ในฤดูร้อนนี้เถอะ ไม่อยากให้หน้าร้อนนี้จบเลยยย ฮือออ แต่…เพียงแค่เสี้ยวพริบตา มันก็จากไปซะแล้ว ซะแล้ว ซะแล้ว” (โปรดอ่านซะแล้ว สามครั้งสุดท้าย ด้วยเสียงที่ค่อยๆ แผ่วลง 55555)

นี่มันเพลงสู้แดด ธีมซัมเมอร์ แต่มีเนื้อเรื่องกึ่ง ๆ ติดลูปอีกแล้วเรอะ 5555 เมื่อคุณฟังท่อนฮุคพลางมองปกอัลบั้มน้ำใส ๆ มีห่วงยางลอยแบบนี้แล้วนั้นนน ก็แทบจะนึกภาพตัวเองวิ่ง 4×100 ไปสุดแรงตามขอบชายหาด(โปรดนึกท่าวิ่ง Tom Cruise ประกอบ) พร้อมตะวันที่กำลังตกดินอยู่ขวามือ ในสภาพที่สวมหูฟังประหนึ่งฉันคือพรีเซนเตอร์โฆษณาหูฟังออกกำลังกาย แม้จะเป็นเพลงเร็วแต่ตัวเมโลดี้ก็ไม่ทิ้งลายความเป็น ClariS ในการใช้เสียงเปียโนมาเป็นตัวเอกให้เพลงนี้ด้วย

ไลน์เปียโนในเพลงนี้ฉายแววเป็นพิเศษ ถ้าใครพยายามสังเกตเสียงเปียโนตลอดในเพลงนี้ จะรู้สึกว่ามันแพรวพราวจัด ! โดยเฉพาะท่อน Bridge (2:50-3:16) ที่ยิงโซโล่ไปจุกๆ แต่ยังคงภาคดนตรีสวยหวานไว้ให้อยู่ แล้วยังมีช่วงท้ายเพลง (4:01) ที่มีการดีดเสียงเปียโนในช่วงย่านเสียงต่ำ สร้างความหนักแน่นที่ประสานกับเสียงร้อง “นัตสึ โนะ เซะ เซะ เซะ เซะ” (เพราะหน้าร้อนน่ะแหละ ๆๆ) ที่เอคโค่ทะลุจากหูซ้ายไปหูขวา วนไปเวียนมาก่อนจะจบด้วยเสียงกระซิบ “…นัตสึโนะเซะ…” อย่างมีอรรถรส

White Love (เพลงโคเวอร์วง SPEED)

EP: Winter Tracks

เพลงนี้อยู่ใน EP Winter Tracks แผ่นที่ร้องโคเวอร์เพลงธีมฤดูหนาว โดยหยิบเพลง White Love ของวง SPEED ซึ่งเป็นวงที่โด่งดังในปี 1997 มาโคเวอร์ ซึ่งในโคเวอร์ตัวนี้ ดนตรีก็ถูกดัดแปลงให้เข้ากับตัวศิลปิน ไม่ว่าจะมิกซ์เพลงให้ดนตรีอบอวลไปด้วยเสียงซินธ์ธิไซเซอร์ รึจะเสียงระฆังจิงเกอร์เบล (Sleigh Bell) ที่ใส่มาถี่กว่าของต้นฉบับวง SPEED รึจะท่อน Bridge ที่ต้นฉบับเป็นเสียงกีตาร์โซโล แต่เวอร์ชั่นนี้ดัดแปลงเป็นเป็นเสียงสังเคราะห์บรรเลงแทนในช่วง 3:57 – 4:14

➤EP ย้อนวัยเพลง 80s: Lonely Tropical Fish

Lonely Tropical Fish (เพลงโคเวอร์วง Wink)

EP: Lonely Tropical Fish

นึกไม่ถึงว่าจะมีวันที่เราได้เห็นสองสาวจะมาโคเวอร์เพลงตำนานไอดอล 80s อย่างเพลง 淋しい熱帯魚 (Samishii Nettaigyo / Lonely Tropical Fish / เจ้าปลาน้อยผู้เดียวดาย) ที่วง Wink เคยร้องไว้ กับซิกเนเจอร์ของเพลงที่มีเสียงซินธิไซเซอร์สุดแสบสัน และท่าเต้นที่มาพร้อมกับถุงมือชมพู & เหลืองคนละคู่ 55555

เพลง Lonely Tropical Fish ต้นฉบับของ Wink และถุงมือสีเหลืองชมพูสุดติดตา

ว่าไปเพลงนี้ร้องในเกะมันสนุกนะ เอ้อออ เพราะคำร้องที่ตรงไปตรงมา ร้องไม่ยาก พอถึงท่อน Heart on waveee คนร้องก็หมุนรอบตัวตาม MV ก็บันเทิงละ 😂😂😂 แน่นอนว่า ClariS ก็ทำเพลงนี้ได้คุณภาพเช่นเคย แถมเอ็มวีก็มีกลิ่นอายย้อนยุค เกรดสี MV มัวๆ เบลอๆ เนื้อเรื่องเป็นรายการโชว์เพลงแบบสมัยนั้น ใส่เดรสชุดลูกไม้ออกเวที (สมัยนั้นมันฮิต) และท่าเต้นตามต้นฉบับ ยังไม่วายว่าปก EP แผ่นนี้มันก็หลุดมาจากปกของวง Wink เช่นกัน

claris and wink in Lonely Tropical Fish  EP
ปกอัลบั้ม EP เปรียบเทียบระหว่าง ClariS กับ Wink
มีแบ่งขายเป็นทั้งเวอร์ชั่นรูปการ์ตูนและหน้าจริง

Haikara-san ga Toru (เพลงโคเวอร์ Minamino Yoko)

EP: Lonely Tropical Fish

มาอีกเพลงดังในช่วงนั้น เป็นเพลงโคเวอร์เพลงดังของไอดอล มินามิโนะ โยโกะ ที่ดังในโฆษณากูลิโกะและบทบาทสิงห์สาวนักสืบภาค 2 ~สี่สิบตอนจุกๆ เป็นซีรีส์โด่งดังในบ้านเราจนคนสมัยนั้นวิ่งเต้นไปหาโยโย่มาเหวี่ยงฟาดผู้ร้ายตามนางเอก 5555 (เค้าเล่ากันมาแบบนั้น) เราดูสดไม่ทันตอนนั้นหรอก แต่เคยลองหาตามดูทีหลัง มันก็ดูได้สนุกเพลินๆ ดีนะ (แต่ดูแค่ภาค 1-2 ล่ะ ภาค 3 ไม่ได้ดู)

สองสาวยังมาในธีมรายการเพลงแบบเพลงปลาน้อยเดียวดายเช่นเคย และปรับภาคดนตรีให้ร่วมสมัย ฟังง่ายขึ้นกว่าต้นฉบับมานิดหน่อย (ไม่ได้เอาเมโลดี้จากต้นฉบับมาเป๊ะๆ 100%) ซึ่งการที่ได้เจอนักร้องเจนปัจจุบันมาร้องเพลงไอดอลในอดีต และทำออกมาไพเราะเสนาะหู มันก็ชวนให้อมยิ้มไม่ใช่น้อย



➤อัลบั้ม Iris (2024)

Ichigo Ichie

(เพลงในอัลบั้ม Iris)

เมื่อเพลงนี้ใส่สูตรสมการความปังอย่าง ความ Ballad x เสียง Synthesizer x ดนตรีพื้นบ้านญี่ปุ่น มันต้องติดใจเราไปทุกราย (อีกแล้ว 55555) เพลงนี้ให้กลิ่นอายญี่ปุ่นจ๋ามาก นอกจากภาคดนตรีที่มีเสียงเครื่องสายญี่ปุ่นแล้ว ยังใส่เสียงจักจั่นมาขับขานให้ประกอบต้นและท้ายเพลงอีก

ชื่อเพลงเองก็เป็นสุภาษิตญี่ปุ่น Ichigo Ichie ที่แปลว่า “ครั้งเดียวในชีวิต” ซึ่งเนื้อเพลงบอกเล่าว่า

“ในชีวิตนี้เรื่องราวผ่านเข้ามาแค่ครั้งเดียว ดังนั้นเราจึงควรโอบกอดแต่ละช่วงเวลาเอาไว้ เพราะเดี๋ยวมันจะไม่หวนคืนกลับอีกแล้ว จริงอยู่ที่แม้ว่าชีวิตคนเรามันจะมีอุปสรรค ไม่สดใสไปตลอดทาง บางจังหวะก็โดนห่าฝนสาดกระหน่ำ ไม่ราบรื่น แต่ไม่นานแหละ…มันจะผ่านไป แล้วฟ้าหลังฝนกับสายรุ้งจะนำพาความสุขมาให้ แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ จางหายไป แต่มันจะยังคงอยู่ในใจฉันตราบนานเท่านาน”

เหมาะแก่การฟังไปด้วย ตกตะกอนชีวิตไปด้วยมากมาย ยกให้เป็นเพลงช้า No.1 ที่ชอบที่สุดประจำอัลบั้มนี้เลย

Asagao

(เพลงในอัลบั้ม Iris)

อีกหนึ่งเพลงช้าในอัลบั้ม Iris

ถ้าเพลงบนเปิดตัวด้วยเสียงจักจั่น เพลงนี้ก็มาด้วยเสียงระฆัง และเสียงเคาะลิ่มเปียโนระดับที่ได้ยินเสียงลิ่มเปียโนมันดังกระทบกลับขึ้นมาเลย หลับตาอยู่ก็นึกว่าเรากำลังนั่งอยู่ในโบสถ์ก็ไม่ปาน

Asagao คือชื่อดอกไม้ Morning Glory สวยๆ ของญี่ปุ่น (แต่ถ้าในบริบทคำศัพท์ Morning Glory ที่ใช้บ่อยในบ้านเรา มันจะกลายเป็นผักบุ้งแทน 55555)


“เพลงพูดถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสองที่จากกันไป เธอยังมีความอาวรณ์ถึงเค้า เฝ้ารอว่าวันนั้นจะมาถึง…วันที่ดอกไม้ผลิบาน ท่วมท้นและพาเราสองไปสู่อนาคตที่เคยวาดเอาไว้ และความรู้สึกของฉันนี้จะไม่จางหายไปหรอก เหมือนดั่งเช่นดอกไม้เหล่านั้น”

จึงไม่ต้องแปลกใจนักว่าทำไม อารมณ์ของเพลงนี้จึงดูเศร้า และเสมือนราวกับว่าเธอคนนั้นกำลังนั่งอธิษฐานอยู่ในโบสถ์ หวังว่าสิ่งที่ภาวนาไว้จะเป็นจริง

Wonder Night

(เพลงในอัลบั้ม Iris)

เพลงไวบ์มุ้งมิ้ง น่ารักๆ แต่จู่ๆ ก็โยน Drum n Bass (DnB) เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว (เช่นช่วง 0:42-0:46) บางจังหวะก็ชวนนึกถึงอินโทรการ์ตูน Powerpuff Girl รึแม้กระทั่งระหว่างท่อนฮุคที่มีการแบ่งเฟสแรก-เฟสสอง โดยที่เฟสแรกจะเป็นจะการร้องด้วยจังหวะนิ่งๆ ก่อนที่เฟสสองจะมีการเพิ่มเลเยอร์ดนตรี DnB ให้หนาขึ้น เออ มีลูกเล่นแบบนี้กับเค้าด้วยเฮ้ย

Wonder Night เป็นเพลง Midtempo ดนตรีน่ารักที่ผสาน DnB ไว้อย่างสมดุล แถมเพลงนี้ เรายังได้ยินภาคโวคอลของสาวๆ ในแบบที่ต่างออกไปจากเดิม คือมีช่วงที่ร้องแบบเสียงขึ้นจมูกนิดๆ ด้วย (หรือจริงๆ อาจจะถูก Autotune ให้โทนเสียงต่างจากที่ร้องปกติ)


Twilight

(เพลงในอัลบั้ม Iris)

พูดถึงเพลงช้าไปสองเพลงแล้ว เอาเพลงเร็วกันบ้าง เพลงที่ฟังไม่ล้าจนชวนหอบแต่ก็เหมาะกับการออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งเหยาะๆ สูบฉีดเลือดเบาๆ อย่างตรงช่วง 0:17-0:28 นี่นึกภาพ Fan Chant ในหัวออกเลย ว่าต้องโบกแท่งไฟร้อง เฮ้ ! เฮ้ ! ให้ตอนไหน 😂😂

ถ้าแปลชื่อเพลง ทไวไลท์ ตามความเชื่อไทยโบราณ ก็คงตั้งชื่อว่าเพลงผีตากผ้าอ้อม แต่ถ้าเรียกสวยๆ ใช้เป็นคำไวพจน์หน่อยก็คือสนทยา 5555

ไปๆ มาๆ พอลองอ่านเนื้อเพลงนี้ดีๆ กลายเป็นว่า เราใช้เวลาเขียนเรียบเรียงเพลงนี้นานที่สุดเลย 55555 เพราะเป็นเพลงที่มีการอุปมาอุปไมยลึกซึ้ง สื่อถึงความเข้าใจชีวิตเพื่อตัวเราที่เติบโตไปอีกขั้น ซึ่งก็ไปสอดคล้องกับหลักธรรมะ, ปรัชญา, จิตวิญญาณก็ได้ด้วย แต่เนื้อหาก็มีส่วนที่ Sensitive อยู่เหมือนกัน

จนใจเราเกือบเทแล้วว่าข้ามเพลงนี้ไปดีมั้ย (ฮา) แต่มีเนื้อหาหรือปรัชญาบางส่วนที่เราพอรีเลทและช่วยเสริมได้ จึงคิดว่าเขียนดีกว่า

ต่อไปนี้จึงเป็นการวิเคราะห์ภาพรวมของเพลง Twilight แบบจัดเต็มส่งท้ายเพราะเป็นเพลงสุดท้าย (แต่ถ้าอนาคตมีเพลงงอกขึ้นมา อันนี้ก็ไม่ใช่เพลงสุดท้ายละนะ 😂)

ก่อนอื่น สนทยา คืออะไร ? ได้เวลาที่ความรู้โหราศาสตร์อันพอมีหอมปากหอมคอของเราจะได้ใช้ประโยชน์สักที มันคือช่วงโพล้เพล้ เวลาที่เป็นรอยต่อระหว่างกลางวันเป็นกลางคืน (หรือในทางกลับกัน) เช่น “ตะวันกำลังตกดินเพื่อเข้าสู่กลางคืน” หรือ “ตะวันกำลังขึ้นฟ้าเพื่อขึ้นวันใหม่” ซึ่งมันเป็นกลไกท้องฟ้าตามปกติที่พระอาทิตย์จะต้องขึ้นและลงในหนึ่งวัน วนเวียนเรื่อยไป

ภาพประกอบว่าสนทยาคือช่วงไหน ภาพจาก
https://www.researchgate.net/figure/Illustration-of-the-six-astronomical-temporal-periods-of-a-24-h-day-Night-I-Morning_fig4_378820320

บทเพลงนี้จึงเปรียบเปรยรอยต่อจากกลางวันสู่กลางคืนไปยังเช้าวันใหม่ ซึ่งก็เหมือนกับชีวิตที่คนเราต้องค้นหาตัวเอง ต้องตั้งคำถาม จนสุดท้ายได้เข้าใจชีวิต ได้ตื่นรู้ และเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่ตัวตนที่ดีกว่า

เพลงนี้เปรียบเสมือนเหตุการณ์หนึ่งที่ผู้ปฏิบัติทางสายจิตวิญญาณนิยามเหตุการณ์นี้ว่า Dark Night of the Soul คือช่วงที่ชีวิตอยู่ในจุดตกต่ำสุด จุดที่เหมือนชีวิตกำลังหลงทาง ข้างในมันโล่งไปหมด มีคำถามใคร่ครวญขึ้นมาว่าชีวิตคนเราเกิดมาทำไม ? มาทำอะไร ? จุดหมายปลายทางคืออะไรกันแน่ แต่เมื่อเราผ่านช่วงเวลานี้มาได้ เราจะกลายเป็นตัวเราที่เกิดใหม่ ตัวฉันที่ Level Up ตัวฉันที่ได้ตื่นรู้ในแง่ของจิตวิญญาณแล้ว (Spiritual Awakening) ได้มองโลกต่างไปจากเดิม เป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น พอมองย้อนกลับก็อาจจะตกใจเหมือนกันว่า เฮ้ย เราเองมาไกลเหมือนกันนะ เก่งแฮะที่ผ่านมาได้

เริ่มเพลงมา เค้าพูดถึงตะวันกำลังลับขอบฟ้า ตึกรามบ้านช่องทยอยเปิดไฟให้แสงสว่างในยามกลางคืน เสียงรถหวอไซเรนวิ่งผ่านไปเป็นระยะๆ ช่วงเวลาที่หลายๆ คนมักพบว่านี่มันชอบเป็นเวลาที่ความคิดต่างๆ นาๆ วิ่งแล่นมาโดยควบคุมไม่ได้ ตกตะกอนชีวิตตัวเอง ภาพ Flashback พรั่งพรูเข้ามาเต็มไปหมดบ้าง นึกย้อนถึงสิ่งที่สูญเสียไปบ้าง ความทุกข์โลดแล่นเข้ามาในหัวไวเป็นพิเศษ เป็นชั่วขณะจิตที่เรากำลังดำดิ่งสู่ห้วงหลุมดำ

ระหว่างที่ชีวิตเป๋ไป เป๋มา หลงไปทางนั้นทางนู้นที ความทุกข์และอุปสรรคถาโถมเข้ามาใส่ก็อาจเกิดคำถามในใจ ว่าชีวิตนี้คืออะไร แท้จริงแล้วเราเป็นใคร ถ้าไม่มีสังคมตีกรอบให้เราเป็นแบบนี้ ตัวตนที่แท้จริงในมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็น มันเป็นเช่นไรนะ ซึ่งสุดท้าย ตัวเธอในบทเพลงก็ได้ค้นพบว่า ทุกสิ่งนั้นไม่จีรังถาวร พระอาทิตย์เอง มีตกก็ยังมีขึ้น เปรียบดั่งชีวิตคนเราที่มีช่วงรุ่งโรจน์ อย่าได้หลงระเริง มันก็มีวันที่กลับมาตกต่ำเจออุปสรรคยากแค้นได้ แต่ถ้าชีวิตอยู่ในขาลง ก็อย่าโดนมันกลืนกินจนสูญสลายไป เพราะมันเองก็ไม่ยืนยงเช่นกัน แล้วเช้าวันใหม่จะกลับขึ้นมารอเธออยู่นะ (การตั้งอยู่และดับไป การไม่ยึดมั่นถือมั่น สอดคล้องกับหลักพระพุทธศาสนาด้วย ซึ่งเราเองเคยรีวิวหนังสือแก่นพุทธศาสน์ของพุทธทาสภิกขุไว้ในอีกโพส)

นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งขั้นในการตื่นรู้อีกของจิตวิญญาณ เพราะมันคือการเข้าใจชีวิตดี ๆ นี่เอง เมื่อเราผ่านพ้นช่วงเวลาอันมืดมิดมาได้ นั่งเรือฝ่าฟันพายุฝนโหมที่กระหน่ำในมหาสมุทธจนมองเห็นฟ้าหลังฝน เราก็จะสัมผัสได้ว่า ผ่านมาได้นี่นา โตขึ้นอีกขั้นแล้ว …และต่อจากนี้ ปัญหาที่เคยทำให้เราเป็นทุกข์ในอดีต ก็ไม่อาจสร้างบาดแผลให้เราได้เท่าเดิมอีกแล้ว เป็นสถานการณ์ที่คนเราได้เปลี่ยนแปลงตัวเองภายในระดับจิตวิญญาณเพื่อเติบโตไปสู่อีกบทของชีวิต (Self-transformation)

อีกทั้งตัวเพลงก็ยังมีดนตรีที่สนุกสนาน ราวกับส่งกำลังใจให้ว่า ยามยากอยู่ไม่นานหรอก ฟ้าวันใหม่รอเธออยู่นะ ! ฟังผ่านๆ เหมือนเพลง Opening ประกอบการ์ตูน พอเปิดดูเนื้อเท่านั้นแหละ Mind blownnn 🤯🤯 ความหมายข้างในมันช่างล้ำลึกยิ่งนึก !

และด้วยความที่มันเหมือนเพลงเปิดอนิเม พอหลับตาฟัง ช่วงดนตรีก่อนขึ้นท่อนใหม่ (0:17-0:29) ก็รู้สึกเหมาะกับการขึ้นตัวอักษรชื่อเรื่องอนิเม ตัวเอกมองออกไปนอกรถไฟที่วิ่งอยู่แล้วเห็นฉากพระอาทิตย์กำลังขึ้นที่ขอบฟ้าของเมือง เข้ากับธีมเพลงนี้เลยนะ เอ้อ

ภาพที่นึกไว้ตรงดนตรีท่อนนี้คล้าย ๆ เพลง OP Kyoukai no Kanata
แต่นี่ไกลไป 555 ขอใกล้กว่านี้หน่อยแบบที่วงกรอบไว้

จะว่าไป…นอกจากเพลง Ichigo Ichie ที่พูดถึงการตั้งจิตอยู่กับปัจจุบัน รู้จักโอบกอดในทุกวินาทีที่เกิดขึ้นไว้ เป็นหลักการที่สอดคล้องกับเนื้อหาในหนังสือ The Power of Now ของ Eckhart Tolle ที่เรารีวิวอีกโพสด้วยเหมือนกัน ส่วนเพลง Twilgiht เองก็พูดถึงการใคร่ครวญ ตกตะกอนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตัวเองระดับจิตวิญญาณ อัลบั้มนี้เล่นธีมปรัชญาชีวิตชัดอยู่เหมือนกันแฮะ



➤ก้าวถัดไปของ ClariS กับเฟสสามของพวกเธอ: สมาชิกสามคน

claris from mask to unmasked
จากวัยที่ยังใช้ภาพแทนการ์ตูน มาสวมหน้ากากและถอดหน้ากาก มาไกลกันมากๆ
Clara(ซ้าย) Karen (ขวา)

ครบถ้วนแล้วกับการแนะนำเพลงนอกทำเนียบอนิเมที่เราชวนฟังทั้งหมด อมก ยาวมาก 55555 ที่จริงบทความตัวนี้เป็นบทความที่เราร่างและกว่าจะเขียนจบใช้เวลาเป็นปี 55555 เพราะร่างตัวแรกตั้งแต่ประมาณมีนา 2024 แล้วก็ดองยาวๆ 😅 กว่าจะได้มาตะลุยเขียนต่อก็ช่วงกันยา-ตุลา 2024 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ClariS ประกาศขึ้นมาว่า Karen จะจบการศึกษาเพื่อไปสู่เส้นทางการสร้างครอบครัว โดยทัวร์สุดท้ายคือ Autumn Tour ในปลาย 2024 ส่วน Clara จะยังร้องเพลงต่อไป

จู่ๆ ประกาศกันแบบนี้ก็ชวนใจหายเหมือนกันเพราะจากวันนั้นที่ฟังเพลงสมัยมาโดกะภาคทีวีฉายใหม่ๆ จนถึงตอนนี้ (ที่มาโดกะเพิ่งประกาศหนังภาค 4: Rotation of Walpurgis หลังจากทิ้งช่วงไป 12 ปี) ClariS ก็เป็นวงอนิซองที่ยืนระยะกันมายาวนาน เมื่อนับไทม์ไลน์กันตั้งแต่สาวๆ ยังเรียนมัธยมจนพวกเธอทำงานเป็นสายอาชีพ

แต่การที่คนเราก็ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่ช่วงชีวิตถัดไปเป็นเรื่องธรรมดาล่ะนะ จะมีเสียดายก็ช่วงพฤษภาคม 2024 ที่ทั้งคู่ไปออกคอนเสิร์ต AFA Indonesia ถือว่าเกินคาดและจัดใกล้โซนบ้านเราทีเดียวเชียว แต่ชนกับตารางงานเราอีกอันไปแล้ว เลยไม่ได้ไป เศร้าา 😭

และแล้วก้าวถัดไปของ ClariS ก็ได้เปิดเผยว่า เจนที่สาม ไลน์อัปที่สาม (รึซีซันที่สาม) ของพวกเธอ มาในโหมดสมาชิกสามคน ! โดยมีน้องใหม่อย่าง Anna และ Elly มาแจมในครานี้ ซึ่งสมาชิกแทนตัวด้วยสีส้มและน้ำเงินตามลำดับ

ทวิตประกาศออฟฟิเชียลจากทาง Claris Official ที่มาทวิต
(แปะลิงค์ทวิตแล้วมันเจ๊งไม่เด้งเป็นทวิตให้อ่ะ ฮือ)

โดยเจนสามได้ปล่อยเพลง Colorful เวอร์ชั่นไลน์อัปสามมาให้ฟังกันผ่าน Youtube โดยเนื้อเสียงของเมมเบอร์ใหม่ที่เข้ามาจอยก็มีเรนจ์เสียงที่แตกต่างจากสองไลน์อัปก่อนหน้านี้ เมื่อเราฟังเพลง Colorful เวอร์ชั่นใหม่นี้ จึงให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป และจะไปเปรียบเทียบเวอร์เก่า-ใหม่แบบหมัดต่อหมัดขนาดนั้นคงไม่ได้เพราะเรนจ์เสียงที่ต่างกัน

ทั้งนี้ เราก็ไม่แปลกใจสำหรับแผนที่ปรับแนววงมาเป็นสามคนเท่าไหร่ และคิดว่าเปลี่ยนฟอร์แมตจากเดิมสองคนก็น่าสนใจดี เพราะวงใช้ฟอร์แมตแบบสองคนมานานแล้ว แถมไลน์อัปสองก็ยืนระยะจนสร้างมาตรฐานไว้สูง การเปลี่ยนมาเป็นแนวสามคนบ้างก็เปลี่ยนบรรยากาศเหมือนกัน แต่ก็คงต้องให้ระยะเวลาไลน์อัปใหม่เค้าได้จูนเสียงกันเหมือนที่ตอน Clara+Karen ใช้เวลาปรับตัวเหมือนกันล่ะเนอะ

ในส่วนเพลงสดใหม่อย่าง TRIGGER มาเป็นแนว Upbeat Rock ที่ทั้งสามร้องโชว์ใน Live อันนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าเพลงถูกออกแบบมาให้เข้ากับเนื้อเสียงสามคนเลยทีเดียวเชียว และก้าวต่อไปของสาวๆ ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร เพลงอนิเมะที่จะร้องประกอบให้เรื่องต่อไปจะเป็นเรื่องใด ก็ติดตามกันต่อไปปปป

เพลง Colorful เวอร์ชั่นไลน์อัปที่สาม

➤โปรเจกต์ซุ้มดอกไม้ที่เราไปร่วมแจมในคอนเสิร์ต Autumn 2024

จากที่เล่าไปด้านบนว่า คอนเสิร์ตช่วงกลางปี 2024 จะเป็นคอนเสิร์ตตัวสุดท้ายของ Karen ก่อนที่เธอจะแกรดออกจากวงไป ว่าแล้วบ้านเบสอินเตอร์อย่าง Claris Global ก็มีโปรเจกต์จัดซุ้มดอกไม้ไว้ที่หน้าคอน ซึ่งเราก็เลยไปร่วมลงขันด้วย เป็นครั้งแรกที่ลองโอนเงินผ่านเว็บไซต์ Wise.com งงกับหน้าเว็บอยู่หลายทีเหมือนกัน เพราะมันไม่สรุปค่าใช้จ่ายหลังบวกค่าธรรมเนียมเข้าไปสักที 5555 แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ 740฿ ซึ่งเป็นยอดสุทธิที่ได้ไปลงให้กับซุ้มดอกไม้สองตัว สีฟ้ากับสีแดงนี้ มีคนไทยท่านอื่น ๆ ที่มาร่วมโปรเจกต์นี้ด้วยเช่นกันนน

และ

ซึ่งทางบ้านเบสก็มีโปรเจกต์ลงขันซุ้มดอกไม้เป็นระยะ ๆ ใครสนใจก็ตามอัปเดตที่บ้านเบสกันได้ในเพจเฟสบุ๊ก ClariSGlobal หรือบน Twitter(X) ที่มีโปรเจกต์กันเรื่อย ๆ

…ระวัง สิ้นสุดทางเลื่อน ! เอ๊า ! จบจริงๆ แล้ว กับโพสแนะนำเพลง ClariS ของดีของเด็ด เพชรในตม เป็นอีกโพสที่เขียนยาวสุดๆ หากใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ คุณสุดยอดมาก ขอบคุณที่ตามอ่านกันมาถึงตรงนี้ 55555 🙏🙏 คุณได้ผ่านแบบทดสอบขันติไปหนึ่งด่านแล้ว (โอ๊ย เวอร์ ! 😂😂)

หากใครมีเพลงรองเพลงลับ เพชรในตมในใจอื่น ๆ อยากมาแชร์ อยากป้ายยา เพลงนั้นเพลงนี้เราก็ชอบน้าา มาคุยกันต่อได้ใน About Us/Support Us ได้จร้าา


🖊 Author: GleeGM
🇯🇵🎵 Japanese Lyrics Adviser: Riko Rikarin ขอขอบคุณผู้ช่วยดับเบิ้ลเช็คเนื้อเพลงภาษาญี่ปุ่นและให้คำปรึกษาแลกเปลี่ยนว่าต่างคนต่างตีความเนื้อเพลงออกมาในแง่ไหนบ้าง ยิ่งเพลงท้าย ๆ เหมือนกำลังตั้งวงสนทนาธรรมะและปรัชญาชีวิต 🙏😂


ซัพพอร์ตค่าชากาแฟให้คนเขียนบน ko-fi กันได้เด้อ

หากคุณชอบคอนเทนต์ของพวกเรา อยากเป็นสายซัพ สนับสนุน ช่วยค่าขนมและกาแฟ เป็นครั้งคราว สามารถซัพพอร์ตที่ ko-fi ได้จ้า (www.ko-fi.com/gleegmjournal) คลิก

support gleegmjournal on ko-fi

บล็อกโพสหัวข้ออื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ

🎧 9 (2+7) เพลง อนิเมะที่ดนตรีแปลกในวงการ Anisong แถมติดหูอีกต่างหาก (เพลงตัดรอบถึงปี 2021)

🎧 บันทึกคอนเสิร์ต Violet Evergarden Orchestra 2025 ฉันได้ฟังเพลงที่ Evan Call แต่งแบบสด ๆ แล้ว !

🎧บันทึกสัปดาห์คอนเสิร์ตสัญจรกับ Perfume Asia Tour และ Symphonic Anime 2024 ปลุกเลือดเหล็กไหลในตัวคุณ

🌠 บันทึกคอนเสิร์ต GARNiDELiA 2023 คอนเสิร์ต Anisong ในไทยของเราในรอบ 8 ปี !

🛩️ Walkure Last Mission 2023 คอนเสิร์ตสดอำลา Macross Delta ในโรงหนัง

🎧 [เพลงสากล] Jungle – Sugababes เอ็มวีใหม่ในรอบ 12 ปีจากสาวหมูหวาน !

🎧 บล็อกหัวข้อ เราฟังเราแนะนำ โดย GleeGMJournal ตัวอื่นๆ

🎵 รวม 40 OST เพลง Fire Emblem โปรดน่าฟังเกือบทุกภาค !

🔑 ติดตามบล็อกประสบการณ์ดนตรีและเสียงเพลงอื่นๆ ได้ใน https://gleegmjournal.com/category/pop-culture/music-talk/

🏀 บล็อกหัวข้อกีฬา คลิก | 📖 รีวิวBook หนังสือ |🎧 รีวิว Music ดนตรี | 🎬 รีวิว Film Series หนัง ซีรีส์ | 📺 รีวิว อนิเมะ Anime

📊 Data Analytics – Tech | สารพันวงการ Data และเรื่อง Techๆ | 🪴 สารบัญรีวิวทุกประเภท All Reviews


➤References

https://www.clarismusic.jp/bio/
https://jpop.fandom.com/wiki/ClariS#Discography
https://www.animenewsnetwork.com/news/2014-05-26/alice-of-singing-duo-claris-leaves-unit/
https://www.animenewsnetwork.com/news/2024-09-01/karen-of-singing-duo-claris-to-leave-unit/
https://www.animenewsnetwork.com/interest/2017-02-13/musical-duo-claris-briefly-reveals-identities-at-budokan-concert/
https://x.com/ClariS_Staff/status/1883124457398792599

Loading

Similar Posts