รีวิว Wicked: For Good (2025) หนังมิวสิคัลภาคต่อ ที่ทิ้งมนต์สะกดจากภาคแรกแถมโดนการเดินเรื่องแสนปุบปับฉุดมีนเข้าให้อีก
รีวิว wicked for good

สารบัญ
รีวิว Wicked: For Good (2025)
นี่คือรีวิว Wicked: For Good ของเรา ฉบับคนที่เคย
- อ่านนิยาย พ่อมดแห่งออซ (เราเคยเขียนรีวิวไว้บน goodreads ด้วยล่ะ คลิก)
- เคยดูละครเวที/โอเปร่า เรื่องอื่น ๆ ทั้งฉบับภาษาไทยและเทศประปราย เลยพอเข้าใจคาแรคเตอร์บางอย่างของการแสดงละครเวที แต่ยังไม่เคยดูละครเวทีของ Wicked (ยังไม่ถึงขั้นบินไปดูอ่านะ ฮาๆ ไม่จ้อจี้เหมือนกับตอนบินไปดูแข่งสเกตน้ำแข็งที่เกาหลีแบบที่เคยเล่าในอีกโพสนึง ก็ไม่แน่ ถ้า Wicked มีมาจัดแสดงทัวร์ที่ไทย~ เห็นว่ามีประกาศแคสต์ World Tour ของปี 2026 ด้วยนี่นะ
- ชอบหนัง Wicked ภาคแรกจัดๆ (ให้ 4.5/5)
หลังจากที่มีเหล่าผู้ชม Wicked musical ต่างบอกว่าองก์สองมันอ่อนยวบกว่าองก์แรก ทั้งในส่วนเพลงและบท…ก็ไม่นึกว่า จะอ่อนถึงเพียงนี้ …ฮา 😅
เนื้อเรื่ององก์นี้เต็มไปด้วยการเดินเรื่องอย่างรวดเร็ว พร้อมจุดเปลี่ยนของเส้นเรื่องจำนวนมาก ชนิดปุบปับฉับพลัน เกิดขึ้นไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย (ซึ่งมันต้องมีเพื่อให้เรื่องได้ไปต่อ) ดำเนินเรื่องสไตล์ขวานผ่าซาก ซึ่งเมื่อทุกอย่างจำเป็นต้องเกิดขึ้นโดยไม่มีการเกริ่นหรือสร้างน้ำหนักไว้ก่อนหน้า คนดูจึงไม่ซื้อใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น คงจะมีความขมวดคิ้ว เอาแบบนี้เลยเรอะ… ห๊ะ ห๊ะ แต่ก็ต้องเลยตามเลยกันไป เอ๊า เอาก็เอาวะ !
โดยปกติการเดินเรื่องสไตล์ขวานผ่าซาก ปุบปับฉับพลันเช่นนี้ ถ้ามันเกิดขึ้นในละครเวที/โอเปร่า เราจะพอหลับตาได้ข้างนึง เพราะด้วยเวลาการแสดงที่จำกัด ไม่มีเวลาให้ปูปูมหลังจนดูแข็งแรงมากนัก และละครจำเป็นต้องมีจุดทริกเกอร์อย่างว่องไวเพื่อนำพาไปสู่ไคลแมกซ์ ซึ่งมันก็พอชดเชยความอ่อนของบทได้จากดูการแสดงสด+ไลน์เต้น+ร้องสดอันทรงพลัง+การแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าบนเวที (เช่น ละครเวที West Side Story ที่บทไคลแมกซ์มันปุบปับจนคนดูไม่ทันตั้งตัว—โพสรีวิว) กล่าวคือ พอมันเป็นละครเวที เราจะไม่ซีเรียสความบทอ่อนมาก เพราะเกือบทุกเรื่องที่ไปดู บทจะมีความเบาถึงเบาโหวง หรือองก์ท้ายก็ชอบขมวดปมขวานชนิดผ่าซาก แต่มันถูกชดเชยด้วยจุดอื่น ๆ ที่เราพอมองข้ามได้
ซึ่งมันต่างกันกับภาพยนตร์จอเงิน แม้ Wicked จะให้นักแสดงร้องสดระหว่างแสดงไปเลย ไม่ได้ใช้วิธีอัดเสียงในสตูแล้วมาเปิดทับก็ตาม แต่พลวัตในการแสดงสดที่ฉายบนจอโรงหนังมันก็ทดแทนการแสดงสดแบบละครเวทีไม่ได้ ดังนั้นมันก็ต้องเอาบทหนังที่แข็งแรงเข้าสู้ ในภาคแรกนั้นไม่มีปัญหานี้ เพราะเส้นเรื่องขยับนิดนึง และเน้นปลุกปั้นเคมีของ กลินดา/เอลฟาบา และเพื่อนในโรงเรียนตัวอื่นๆ จนแข็งเป้ก อาจจะมีจุดเอ๊ะๆ บ้างตรงเรื่องคัมภีร์กิลเมอรีที่จู่ ๆ เอลฟาบาก็ร่ายมนต์แบบขวานผ่าซาก ชวนเอ๊ะๆ หน่อยนึง
แต่พอภาคนี้ มีจุดเดินเรื่องชนิดขวานผ่าซากจำนวนมาก(ที่ถ้าดูแบบละครเวที เราจะไม่ซีเรียสนักแต่พอฉายบนจอเงินเท่านั้นล่ะ สิ่งนี้เราต้องหยิบมาตัดเกรด 5555) มันจึงทำให้ทุกอย่างดูปุบปับ คนดูไม่ซื้อกับการกระทำของตัวละครทั้งหลายแหล่ บางตัวที่ดูมีบทดี ๆ ในภาคแรก ก็กลายเป็นตัวประกอบแสนแห้งแล้งไปอย่างจืดชืด นี่ยังไม่นับว่า…ถ้าใครไม่มีพื้นจากนิยายน้องโดโรธีมาก่อน จะรู้สึกว่าไม่อิน เหมือนถูกตัดหางปล่อยวัดได้เลย (คนดูมิวสิคัลหรือเราที่เคยอ่านหนังสือพ่อมดออซ จะอ๋อ ๆ จังหวะที่มันมีความบรรจบกันของเนื้อเรื่อง แต่สำหรับคนไม่เคยผ่านพ่อมดออซน่าจะรู้สึกเหมือนแกะดำหน่อยๆ ฟีลคนที่ไล่ดูหนังเครือ Marvel ไม่ครบแล้วไม่อินตัวละครจากเรื่องอื่นที่โผล่มาแจม)
จะเสียดายอีกอย่างคือก็ลูกเล่นการใช้ฉากขยับได้ในห้องสมุดเอย(เพลง Dancing Through Life) หรือ Choreography สุดเด็ดที่เอาซาวด์ส้อม ซาวด์จานกระแทกโต๊ะโรงอาหาร ซาวด์กระบองกระแทกให้เป็นเสียงคล้องจองกับดนตรีในเพลง What is this Feeling (เพลงนี้ฟังใน Spotify แล้วตัดเสียงส้อมจานออก คืออย่างแห้งอ่ะ ต้องดูเวอร์ชั่นในหนัง 5555) มันแทบไม่มีลูกเล่นแบบนี้ในภาคนี้เลย มันมีน้อยชนิดที่ว่าดูแล้วรู้สึกแห้ง (ถ้าคนจะบอกว่า ต้นฉบับมิวสิคัลก็เป็นแบบนี้เอย หรือเพราะเนื้อเรื่ององก์นี้มันส่งให้เพลงมันคุมโทน เลยไม่มีเต้นเป็นหมู่คณะก็เข้าใจได้ แต่ก็อยากให้มองในเชิงบาลานซ์ของสององก์แล้วกัน) พอบทก็แห้งไปแล้ว จะเอาลูกเล่นการแสดงมาถัวหน่อย ก็ไม่มีซะงั้นนี่ แม้กระทั่งฉากต้องมนต์ที่ภาคแรกทำเอาเราจุกคอจนแห้งในโรงอย่างฉากเงียบ Ozdust ซึ่งในภาคนี้ก็เหมือนจะมีฉากต้องมนต์ที่ใกล้เคียง แต่มันส่งอารมณ์ไปไม่ถึงฉาก Ozdust เลยแฮะ….
งานเพลงร้อง มีเจ๋งๆ อยู่ แต่ถ้าเอาในแง่ฟังแล้วจดจำก็รู้สึกว่าเพลงองก์แรกมันมีโมเมนต์จดจำเยอะหลายเพลงอยู่ ภาคนี้ที่รู้สึกว้าวจริงๆ ก็มีแต่ No Good Deed กับ For Good แฮะ
ทั้งนี้ จากเสียงคนรีวิวมิวสิคัล ก็ดูพอใจกับ easter eggs ที่สอดแทรกมา หรือแก้จุดอับบางอย่างจากมิวสิคัล(แล้วมิวสิคัลมันมีแค่ 2 ชม.ด้วย ยังไงภาพยนตร์ก็เป็นต่อในเรื่องการเล่าเรื่อง) แต่ก็ยังพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่ามันยังคงมีแผลสำหรับภาคจบ Wicked นี้
รีวิวซับไทย
แปลโอเคเลย เกลาละมุน มีจุดพิมพ์ผิดบ้างสักจุดสองจุด ไม่เป็นไร
สำนวนมีการเกลารูปประโยคได้สวยและไม่ยึดติดที่ต้องแปลประโยคแบบตงฉินถอดมาทุกคำ (เหมือนหนังสือแปลไทยสมัยปัจจุบัน)
เช่น ฉากกลินดาจิ้มฟองสบู่แตก
Is this supposed to happen ? ← หนูจิ้มแตกไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ ?
give me a tick ← ขอเวลาติ๊กนึง (ชอบความเล่นคำ ติ๊ดนึง กับ ติ๊กนึง)
ส่วนเนื้อเพลงแปลไทย คุณจ้อน ธานี ผู้แปลเนื้อเพลง Wicked ภาคแรกและหนัง Disney เรื่องอื่นๆ ก็ยังคงแปลได้สละสลวยเช่นเคย เช่น
- No good deed goes unpunisheddddddd ← ดีแค่ไหน ได้แค่ปวดร้าวววววว
โอ้ว ไอเลิฟฟฟฟ
สรุป รีวิว Wicked For Good
หนังภาคต่อของ Wicked ที่หากเทียบกับภาคแรก มันก็ดรอปกว่าหลายประการ ทั้งในความไหลลื่นของบทหนัง, การเต้น, การใช้ฉาก, มิติตัวละคร, ตัวเพลงที่พอไหวแต่ถ้าเทียบปริมาณเพลงปังๆ ก็ดรอปกว่าองก์แรก
สำหรับเรา ภาคแรกแข็งมากเพราะมีความ character-driven แต่ภาคสองมีความ plot-driven ซึ่งก็ไม่ซื้อใจเราเท่าไหร่ 5555
แต่ถึงกระนั้น แม้ช่องโหว่จะเยอะ แต่ถ้ามีคนนิยามว่านี่คือ Wicked ที่สมบูรณ์ที่สุดและไม่คิดว่าจะมีการทำใหม่ที่สามารถมาล้ม Wicked ของ John M.Chu ได้ในเร็ว ๆ นี้…อาจจะต้องรอรีเมคอีกอย่างน้อยสัก 30 ปีล่ะมั้ง ซึ่งเราเองก็เห็นด้วยเช่นกัน มันเป็นมิวสิคัลที่ดัดแปลงเป็นภาพยนตร์แล้วไม่ถือว่าสูญเปล่าสักทีเดียว
นี่มันความรู้สึกเดียวกับตอนเราไปดูโอเปร่า Turandot แล้วเราชอบสององก์แรกมาก พอองก์สุดท้าย องก์ที่สามเกาหัว 5555 แต่ก็จะยังไม่ปฏิเสธอยู่ดีว่า เฮ้ย แกอย่าไปดู Turandot นะ
หรือเหมือนตอนดูอนิเม Yamato 2199 (โพสรีวิว คลิก) ที่กล้าพูดว่านี่มัน Masterpiece ! แต่พอเข้าภาคต่อ 2202, 2205(รีวิว คลิก) เราก็เฉยๆ กับมันซะแล้ว
คะแนน: (★★☆☆☆) จริงๆ คือ 2.5
รีวิวของเราบนเว็บ Letterboxd
รีวิว Wicked For Good (2025) ของเรามีเขียนไว้ใน letterboxd ด้วยเช่นกัน (คลิก)
รีวิว Wicked: For Good มีเขียนบนเพจ Facebook ด้วยนะ
สำหรับใครที่อยากแชร์โพสนี้ลงเฟส สามารถไปแชร์ที่โพส FB นี้ได้ (คลิก)

บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ
🎬รีวิว The First Slam Dunk (2022) จากมุมมองคนอ่านมังงะและดูบาส NBA
⛸️🇰🇷 ข้ามน่านฟ้าท้าลมหนาวไปดู ISU Four Continents Figure Skating (4CC) รายการสเกตระดับทวีปที่เกาหลี 2025
🎤 แนะนำเพลงเด็ดเพชรในตมของ ClariS (ที่ไม่ได้ประกอบอนิเม) และอาจโดนใจคุณก็เป็นได้
🪜 รีวิว West Side Story The Musical ละครเวทีที่พร๊อพจะแย่งซีนเกินไปแล้วนะ
🔑 แลก goodreads, MyAnimeList, letterboxd, ติดตามเพจ Facebook กันได้ใน About Me
🏀 บล็อกหัวข้อกีฬา คลิก |🎧 รีวิว Music ดนตรี | 🎬 รีวิว Film Series หนัง ซีรีส์ | 📺 รีวิว Anime อนิเมะ
📊 Data Analytics – Tech | สารพันวงการ Data และเรื่อง Techๆ | 🪴 สารบัญรีวิวทุกประเภท All Review
รีวิว wicked for good

![Your Tarot Court by Ethony Dawn [Short Review]](https://gleegmjournal.com/wp-content/uploads/2021/07/image-2.png)

