รีวิว Merry Christmas Mr. Lawrence (1983)— สงครามน่ะ…มันก็ผิดทั้งสองฝ่ายน่ะแหละ

สารบัญ
รีวิว Merry Christmas, Mr. Lawrence (1983)
เป็นชื่อหนังที่ได้ยินมานานสองนาน เพราะด้วยความที่ชอบดูกีฬาสเกตน้ำแข็งเป็นทุนเดิม ซึ่ง Main Theme ของเรื่องนี้ก็ขยันเป็นเพลงที่นักสเกตญี่ปุ่นหลายคนหยิบมาใช้แข่ง มาวันนี้จะได้อินกับเค้าสักทีว่าเพลงนี้มันทำไมนัก ! 555555
Merry Christmas, Mr. Lawrence หนังเกี่ยวกับเหล่าทหารอังกฤษที่เป็นเชลยสงครามให้ทหารญี่ปุ่นกักตัวไว้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวหนัง ถ่ายทอดไว้ดิบ หดหู่ อึดอัด เดินเรื่องไปเรื่อยๆ มาเรียงๆ ในลักษณะเดาทางไม่ถูก พร้อมกับดนตรีบรรเลงประกอบสไตล์ Synthesizer เสียงสังเคราะห์หนาดิบสุดแสบสัน ที่บางครั้งก็แสบจนหลอนหู แต่เมื่อเอามาใส่กับหนังธีมสงครามโลกแบบนี้ก็ได้บรรยากาศแปลกใหม่ แถมหลอนเข้ากับมู้ดเรื่องเป็นอย่างดี โดยในยุค 80 เค้าฮิตดนตรี Synth หนาแสบแบบนี้จริงๆ แม้ในยุคปัจจุบันจะมีคนนิยมใช้เสียง Synth มาประกอบในเพลงให้มู้ดย้อนยุคเช่นวง Polycat, อิงค์ วรันธร แต่มันก็เป็นซินธ์ที่มีความนวลหูซะมากกว่า
เมื่อเดินเรื่องจนเข้าช่วงท้ายเรื่อง หนังเข้าสู่จุดที่ประกอบจิ๊กซอว์ทั้งหมดที่วางทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ มันก็สร้างความอิมแพ็คชนิดที่ทำให้เรานั่งเหม่อ สะเทือนไปจนกระทั่งเพลงเครดิตจบ(ไม่ได้โม้นะ 5555) มันเป็นโมเมนต์ที่ถึงกับน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด แม้จะไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย แต่ก็เหมือนก็อกแตก ปิดก็อกไม่ได้ 😔😭😭 เครดิตหนังจอดำก็ไหลตัวอักษรขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนเราก็หยิบทิชชูซับน้ำตาเบาๆ ไปเรื่อย หนังช่างมีสารกระแทกใจที่ถ่ายทอดมาถึงคนดูได้ลุ่มลึกจริงๆ
「สงคราม ใครผิด ใครถูก ? ที่จริงเราอาจจะผิดทั้งคู่ก็ได้」
หนังมีเทคนิคที่เล่าเรื่องโดยใช้ดนตรี Main Theme มาขยี้ในหนังได้ถูกจังหวะ ทำให้คนดูร้องอ๋อในทีเดียวว่าทำไมหนังถึงใช้ชื่อเรื่องนี้ และทำไมชื่อนี้มันทรงพลังยิ่งนัก
เรื่องของดนตรีประกอบ (OST)

OST ประพันธ์โดย Ryuichi Sakamoto (RIP) ที่นอกจากทำดนตรีประกอบให้แล้วยังมาแสดงนำในเรื่องซะด้วย ! ใครที่ชินกับภาพลุงริวอิจิในวัยบั้นปลาย ก็คงได้ประสบการณ์แปลกใหม่กับภาพลุงริวอิจิในวัยหนุ่ม อย่างที่เล่าไปว่าริวอิจิเลือกใช้ดนตรี Synthesizer สุดจัดจ้าน และบอกไว้ว่ายุคนั้นเค้าฮิตดนตรีแบบนี้กันจริงๆ ขอแนะนำอัลบั้มนึงของริวอิจิอย่าง ที่ถ้าใครฟังจนจบแล้วไม่เมาเสียงซินธิไซเซอร์ที่คือเจ๋งใช่ย่อย มันดิบได้แบบสุดจัด 55555
แทร็คที่ชมนอกจากตัว Main Theme กคือThe Seed & The Sower เพราะมันบรรเลงได้ถูกจังหวะของหนังจนสามารถจำฝังหัวได้
ซึ่งเมโลดี้ที่ถูกกล่าวไปข้างต้นนี้จะถูกเล่นอีกครั้งในแทร็ค The Seed นาทีทีที่ 0:45 ที่เพลงค่อย ๆ ดังขึ้นและเริ่มเฟดหายไปในท้ายที่สุด แทร็คนี้ก็ถูกใช้ในอีกฉากหนึ่งที่คนดูคงจำได้ไม่ลืมเช่นกัน
ทำไมชื่อเพลงถึงเป็น The Seed and the Sower (ผู้หว่านเมล็ดและเมล็ดพันธ์)ล่ะ ? เดิมทีมันเป็นชื่อหนังสือในชื่อเดียวกันที่เขียนโดย Laurens van der Post ซึ่งหนังอ้างอิงพล็อตมาอีกที
โดยในตัวหนัง เราจะได้เห็นว่ามันมีตัวละครนึงที่สามารถหว่านเมล็ดพันธุ์ให้ในใจอีกตัวละครนึงได้ไปเติบโตสำเร็จแล้วนั่นเองยังไงล่ะ

เกร็ดเล็กน้อยที่เพิ่งรู้หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ
- ลุง Ryuichi Sakamoto แสดงบทนำ (ปกติคุ้นแต่แกไปทำดนตรีประกอบ)
- Tom Conti ที่เล่นบท Lawrence เรื่องนี้เพิ่งเล่นเป็น Albert Einstein ใน Oppenheimer (2023) เท่ากับว่าเฮียแกแสดงหนังเกี่ยวกับ World War 2 อีกครั้ง
- David Bowie ที่เล่นบท Jack Celliers เคยรับบทเป็น Nikola Tesla ใน The Prestige (2006) ด้วยล่ะ
คะแนน: (★★★☆☆)
สรุป
หนังเชลยสงครามที่ถ่ายทอดไว้ดิบ หดหู่ อึดอัด เดินเรื่องไปเรื่อยๆ ในลักษณะเดาทางไม่ถูกจนกระทั่งเข้าช่วงท้ายๆ แล้วเมื่อเข้าสู่จุดที่ประกอบจิ๊กซอว์ที่วางทิ้งไว้ มันก็อิมแพ็คระดับนั่งเหม่อ สะเทือนไปจนกระทั่งเพลงเครดิตจบ
รีวิวของเราบนเว็บ Letterboxd ด้วยนะ
รีวิว Merry Christmas Mr.Lawrence ของเรามีเขียนไว้ใน letterboxd ด้วยเช่นกัน (คลิก)
ชวนดูโปรแกรมสเกตน้ำแข็งที่ใช้เพลง Merry Christmas Mr.Lawrence
แย้มกันไปข้างบนแล้วว่า เพลง Main Theme ของเรื่องนี้มักมีนักสเกตหยิบมาใช้แข่งโดยเฉพาะนักสเกตญี่ปุ่น เลยหยิบสักสองคนมาให้ดูดีกว่า
ของคนแรก
[1] Mai Mihara
[2] Satoko Miyahara
ต่อมา คนที่สอง Satoko Miyahara ปีลึกลงไปหน่อย นอกจากใช้ Merry Chirstmas Mr.Lawrence แล้ว ยังใช้เพลง Rain ที่ประกอบหนัง The Last Emperor ด้วย (และแต่งโดย Ryuichi Sakamoto เหมือนกัน) จุดเด่นของโปรแกรมนี้คือเริ่มต้นก็มาด้วย Step Sequence ยาวๆ ก่อนเลย ในขณะที่นักสเกตหลายคนมักจะเลืกให้ต้นโปรแกรมเริ่มจากการ Jump ตัวที่ยากที่สุดก่อน
เพลงป๊อบที่ใช้แซมเปิ้ลของ Merry Christmas Mr.Lawrence
[1] FYI – Utada Hikaru
ในวงการเพลงป๊อบ ไม่ว่าจะ J-Pop หรือ K-Pop ก็มีการเอาเพลง Merry Christmas Mr.Lawrence ไปต่อยอดเช่นกัน ไม่ว่าจะของ Utada Hikaru เพลง FYI
[2] Supernova Love – IVE, David Guetta
ในปี 2024 ฝั่ง K-Pop อย่างวง IVE ร่วมกับโปรดิวเซอร์เพลงสุดตื๊ดอย่าง David Guetta ก็ใช้แซมเปิ้ลเพลงนี้เช่นกันในเพลง Supernova Love
บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจและช่องทางติดตามผู้เขียน
🔑 แลก goodreads, MyAnimeList, letterboxd, ติดตามเพจ Facebook กันได้ใน About Me
🎬รีวิว Mary Poppins (1964) — หนังมิวสิคัลอัดแน่นทั้งร้องและเต้นที่ผสานการถ่ายทำล้ำสมัยเหนือจินตนาการ
🎬รีวิว 100 Meters — 100 เมตรแห่งความฝันที่สองชั่วโมงคงไม่พอกับมังงะห้าเล่ม
📺 Apple TV คว้าสิทธิ์ดัดแปลงนิยายของ Brandon Sanderson #ข่าวสั้น
🎧 แนะนำ Podcast: โบราณดาราศาสตร์ รายการ The Rest is History EP.4 #ชวนฟัง
🎬รีวิว มนต์รักนักพากย์ Once Upon A Star (2023) หนังไทยน้ำดีที่พาคุณย้อนยุคไปยังสมัยพากย์หนังกันสดๆ
⛸️🇰🇷 ข้ามน่านฟ้าท้าลมหนาวไปดู ISU Four Continents Figure Skating (4CC) รายการสเกตระดับทวีปที่เกาหลี 2025
🎤 แนะนำเพลงเด็ดเพชรในตมของ ClariS (ที่ไม่ได้ประกอบอนิเม) และอาจโดนใจคุณก็เป็นได้
🏀 บล็อกหัวข้อกีฬา คลิก |🎧 รีวิว Music ดนตรี | 🎬 รีวิว Film Series หนัง ซีรีส์ | 📺 รีวิว Anime อนิเมะ
📊 Data Analytics – Tech | สารพันวงการ Data และเรื่อง Techๆ | 🪴 สารบัญรีวิวทุกประเภท All Review




![รีวิว สถาบันสถาปนา The Foundation เล่ม 1 [รีวิวความรู้สึกล้วนๆ ไม่มีประเด็นไซไฟ]](https://gleegmjournal.com/wp-content/uploads/2021/05/image-13-768x576.png)

![[รีวิวสั้น] หนัง Dune: Part 1+2 จากคนอ่านนิยายเล่ม 1 จบแล้วแยกย้าย](https://gleegmjournal.com/wp-content/uploads/2024/04/image-1-768x564.png)