| | |

Deca-Dence รีวิว อนิเม เหมือนดูยำรวมมิตรแต่เซอร์ไพรส์เทคนิคเล่าเรื่องแฮะ

deca-dence review screenshot
ปกอนิเมะ Deca-Dence

รีวิว Deca-Dence

กลับมาที่การรีวิวอนิเมบท Original อีกเช่นเคย หลังจากที่รอกระแสหลังจบค่อนข้างออกมาดี มีเว็บอนิเมะบางสำนักจัดให้เรื่องนี้เข้าชิง Best Screenplay ประจำซีซันนั้น(ทวิตด้านล่าง) เลยคิดว่ามีของแน่ๆ แถมหน้าหนังสไตล์เรื่อง เซตติ้งก็ดูจะมีความจักรกลไอน้ำ (Steampunk) ในแบบที่เราชอบ(แต่ฟิคชั่นสาย Steampunk เท่าที่อ่านรึดูมา ไม่ยักเจอเรื่องที่จะขึ้นหิ้งได้เลยสิน่า) ว่าแล้วมันก็ต้องลองดูกันสักหน่อย
แม้จะเคลือบแคลงใจในสตูดิโอ ที่ผลงานในพอร์ทย้อนหลังก็ไม่ได้ถึงกับมีชื่อชั้นจนวางใจสักเท่าไหร่ แต่นั่นแหละ อย่าไปกลัว ! ถ้าคนมันจะอยากลองพิสูจน์ ถ้าท้ายสุดมันก็สนุกก็ดรอปไปกลางทางได้

เนื้อเรื่องย่อ

ในปราการเคลื่อนที่แห่งหนึ่ง มีชื่อว่า Deca-Dence ต้องคอยเอาชีวิตรอดจากเผ่าพันธุ์สัตว์ประหลาด Gadoll พวกมันค่อยมาทำร้ายมาบุกเมืองทุกครั้งอยู่ร่ำไป นั่นจึงทำให้มนุษยชาติในเมืองเคลื่อนที่นี้ต้องคอยเกณฑ์ผู้คนในเมือง สร้างยูนิตทหารเพื่อไปต่อสู้ โดยยูนิตต่อสู้เหล่านี้จะมีอาวุธติดหลังที่สามารถบินไปบินมาได้ (อ่านมาถึงนี้อาจจะได้ภาพซ้อนเมืองเคลื่อนที่อย่างหนัง Mortal Engines และคอนเซปต์ Attack on Titan กันอยู่บ้างล่ะนะ แถมดีไซน์ผังเมืองทำให้นึกถึง Laputa Castle in the Sky และสัตว์ประหลาดหน้าตาเหมือนโคราเลี่ยนใน Eureka Seven)

นางเอกของเรานัตสึเมะ ชีวิตเธอกำพร้าพ่อตั้งแต่เด็ก แถมเสียแขนข้างนึงไปอีกต่างหาก พร้อมกันกับเหตุการณ์ที่เธอกำพร้าพ่อไปนั่นแหละ กลายเป็นสาวน้อยแขนกล โตมาเธออยากจะเป็นทหารออกไปสู้กับเหล่า Gadoll แต่ด้วยศักยภาพอันจืดชืดของเธอ เลยถูกเบื้องบนเมิน และถูกจัดสรรให้มาทำงานเป็นเด็กเช็ดกำแพงปราการ Deca-Dence เธอได้พบกับหัวหน้าทีมทำความสะอาด นายคาบุรากิ การพบพานของนัตสึเมะและคาบุรากิทำให้โชคชะตาของทั้งสองเปลี่ยนไปตลอดกาล

deca-dence review screenshot
นัตสึเมะที่ต้องมาทำงานเช็ดกำแพงปราการ Deca-dence

ความรู้สึกหลังดูจบ


ข้างบนคือเรื่องย่อแบบไม่สปอย ซึ่งเราไม่ได้อ่านเรื่องย่อมาก่อนอะไรทั้งนั้น เปิดมาดูเลย สู้มั้ยล่ะ 5555 ซึ่งเราค่อนข้าง surprise อย่างที่เขียนไปยังหัวเรื่อง เพราะเค้าฉลาดในการเล่าเรื่องมาก เพราะ

คลิกเพื่อดูสปอย (ควรดูให้จบตอนที่ 3 ก่อนเปิดสปอยนี้) ตอนแรกเนื้อเรื่องบีบให้พวกเราเข้าใจว่าเนื้อเรื่องมันเป็นอย่างที่เนื้อเรื่องย่อได้แปะไว้ มันก็แค่กลุ่มมนุษย์ผู้เหลือรอดที่ต้องไล่ต้อนสัตว์ประหลาดและต้องหาทางเอาชนะให้ได้ แต่พอหลังจบตอน 3-4 ไปได้ ความจริงมันไปไกลกว่านั้นมาก มันคือการหลอกคนดูในตอนแรกมาตลอด ! เพราะว่าความจริง ระบบนิเวศโลกนางเอกผุพังแทบทั้งหมด โลกที่หายใจไม่ได้ มนุษย์บางส่วนเริ่มทำการเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นไซบอร์กเพื่อให้ตัวเองได้อยู่รอดต่อไปและบริษัทนั้นได้ทำการสร้างระบบนิเวศจำลองที่ยังคงเหลือมนุษย์จริง ๆ ไว้ และให้เหล่าไซบอร์กสามารถ Remote Login ผ่าน Virtual Reality (แบบหนัง Ready Player One) เข้าไปบังคับมนุษย์จำลองในปราการ Deca-dence และเล่นเก็บเลเวลไต่แรงค์กิ้งเหมือนเล่นเกมส์ออนไลน์ เป็นดั่งความบันเทิงประเภทหนึ่ง นี่คือความพิเศษอย่างหนึ่งเนื่องจากเราไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่ามันจะสับขาหลอกเบอร์นี้ ! ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกมันหลอกว่าเป็นเซตติ้งคล้ายๆ Attack on Titan แต่ความจริงมันถูกครอบด้วยเปลือกอีกชั้นเฉย !

deca-dence review screenshot
นัตสึเมะและแขนกลของเธอ


จริงๆ พล๊อต

คลิกเพื่อดูสปอย พล๊อต VR มันธรรมดาในวงการเมะล่ะนะแต่เราชอบตรงที่คนที่เล่น Simulation พวกนี้มันไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นหุ่นไซบอร์ควาร์ปเข้ามาเล่นเป็นมนุษย์ ซึ่งปกติพวกเราจะคุ้นชินกับเซตติ้งที่มนุษย์ลงไปเล่น VR แล้วกลายเป็นตัวอวาตาร์ซะมากกว่าล่ะนะ เรื่องนี้มันกลับด้านกันเลย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราบอกทุกคนว่าควรดูให้จบ 3 ตอนก่อนมาอ่านบทรีวิวนี้ ไม่งั้นหลังจากที่คุณทราบเนื้อเรื่องนี้แล้ว การที่คุณไปดูตอนที่ 1 คุณจะไม่มีความรู้สึกเหวอ การสับขาหลอกอย่างแยบยลเหมือนตอนที่เราเข้าไปดูโดยที่ไม่ทราบข้อมูลใดๆ แน่นอนว่ามันเป็นสไตล์การเล่าเรื่องที่คุณไม่ได้เห็นบ่อยนักในวงการอนิเมะ (เล่นมุกนี้บ่อยก็ไม่ขลังด้วยไง 55555) แต่บทจะเฉลย คุณพี่แกก็เฉลยยับจริง ๆ นะ เล่าสับๆๆ แทบจะโยนระเบิด infodump มาให้คนดูไม่ทันตั้งตัวชนิดที่ว่าไม่ให้คนดูค่อยๆ ย่อยสารแต่โดนทีมงานจับหมูไม่สไลด์ก้อนโตยัดเข้าปากเราหยั่งไง หยั่งงั้น 😂😂 เพลาได้เพลาค่า



ที่ชอบเป็นพิเศษคือตอนแรก

คลิกเพื่อดูสปอย คนดูคงคาดหวังล่ะว่า นัตสึเมะจะเป็นตัวแสดงหลักทว่าความจริงตัวแสดงหลักของเรื่องคือ คาบุรากิ ! คาบุรากิที่เคยเจอความผิดพลาดในอดีตจนทำให้ชีวิตปัจจุบันของเค้ากึ่ง ๆ ไม่มีเป้าหมายในการใช้ชีวิต ทำงานตามคำสั่งของเบื้องบน ไปวัน ๆ ใครจะตายก็ตายไป ถือว่าทุกอย่างได้ถูกกำหนดได้แล้ว จนกระทั่งเค้าได้มาเจอกับนัตสึเมะ เด็กสาวที่เป็นดั่งจุดด่างพร้อยของระบบที่ระบบต้องการกำจัดทิ้ง ตัวตนของนัตสึเมะได้ไปจุดไฟการใช้ชีวิตของคาบุรากิขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นการที่หน้าหนังโฆษณาไว้ว่ามันคือมนุษยชาติต่อสู้กับสัตว์ประหลาดนอกป้อมปราการนั้นแทบจะเป็นเปลือกที่ของชายผู้หนึ่ง พอเรามาเจอเนื้อเรื่องแบบนี้เลยค่อนข้างเกินความคาดหมาย อีกทั้งทีมงานก็บรรจงทำออกมาได้ดีซะด้วยนี่สิ

เจ้าก้อนแสนน่ารักพวกนี้คืออะไรหว่าาาา

งานเพลงร้องและดนตรีประกอบ

ในด้านเพลงภาคร้องอย่าง OP กับ ED ดีงามตามมาตรฐาน ตัวดนตรีของ OP มีความ upbeat สไตล์อนิเมะแอ๊คชั่นและเพลง ED ให้อารมณ์ผ่อนคลายส่งลา ส่วนตัวไม่ได้ติดใจเพลงร้องในเรื่องเป็นพิเศษ

มาอวยเพลง Original Soundtrack ดีกว่า 5555 ตัวเพลงประพันธ์โดย Masahiro Tokuda ที่ผลงานย้อนหลังเค้าไม่มีมีผลงานอะไรสะดุดหูเป็นพิเศษ (แกไปทำเพลงให้งานละครมากกว่า) แต่พอฟังเข้าจริง surprise เป็นพิเศษเพราะงานดีเกินคาด ดนตรีมีกลิ่นอายผสมทั้งเสียงสังเคราะห์ Synthesizer และดนตรีเครื่องวงออเคสตร้าที่เล่นใหญ่ประดุจ John Williams (Star Wars) มาเอง โอ้โห เบอร์นั้นเชียว ในช่วงต้นอัลบั้มไม่ได้มีอะไรที่เตะหูมากจนกระทั่งเข้าช่วงสุดท้ายของอัลบั้มที่อัดออเคสตร้าสุดเล่นใหญ่มารัวๆ ไม่ว่าจะเป็น Emergency Sign, Gigantic Tyrant ใครอยากสัมผัสประสบการณ์ดนตรีเล่นใหญ่คอมโบชุดนี้ เริ่มฟัง Playlist ของ Spotify ด้านล่างตั้งแต่แทร็ค Let’s do our best ได้เลย

แทร็คที่เราชอบเป็นพิเศษ

  1. Let’s do our best
  2. Well done!
  3. Mighty heroes

    ฟังเพลง Original Soundtrack ทำลิสต์โดย AniPlaylist


งานภาพ งานอนิเมท

งานภาพทำได้ผ่านเกณฑ์ไปยังค่อนข้างดี มีการผสม 3D เข้ามาเล็กน้อยในฉากที่ต้องอนิเมทตัวสัตว์ประหลาดหรือปราการ Deca-Dence ไม่ได้มีจุดเผาชิบฮายวายป่วงและอาจจะไม่ได้เพอร์เฟคบ้านแตก อวยสุดลิ่มทิ่มประตู สามารถดูได้เพลิน ๆ ดูแล้วไม่ขัดตาถ้าจะมีจุดที่มันเผาอาจจะมีบ้างตามประสางาน (แต่ตอนนี่ดูก็ไม่เห็นฉากไหนที่มันขัดตาเป็นพิเศษนะ) โดยรวมแล้วงานภาพค่อนข้างพอใจ ไม่ติดขัดตรงนี้เลย

คะแนน (8/10)

deca-dence review screenshot

สรุป รีวิว Deca-Dence

แม้หน้าหนังจะดูเป็นการรวมมิตร ยำๆ อนิเมะที่นำองค์ประกอบ a little bit of everything ของหลาย ๆ เรื่องมาใส่ แต่แท้จริงไส้ในของบทเรื่องนี้ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ชนิดที่ว่าเราผู้ไม่ได้คาดหวังอะไรถึงกับแปลกใจและต้องชมในคุณภาพของงานจนถึงกับต้องมาเขียนเป็นบทความรีวิว จังหวะการเล่าที่สามารถสรุปจบได้อย่างไม่ฉุกละหุกไปภายใน 12 ตอน แม้จะมีตอนที่ infodump ในช่วงแรก ๆ จนคนดูรู้สึกสะดุ้งบ้าง ประกอบกับเทคนิคการเล่าเรื่องที่ใส่มาอย่างแยบยลในชนิดที่ไม่ได้จะเห็นบ่อย ๆ ในวงการอนิเมะ ดนตรี OST ออเคสตร้าสุดเวอร์วังที่หากฟังแยกแค่ดนตรีเพียว ๆ ก็ดีงามจนขนลุกไม่หยอก

ดูเรื่องนี้ได้จากไหน ?

มีให้ดูบน Netflix | แอป AIS Play


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

📺Yamato 2199 รีวิวอนิเมะอวกาศรีเมคยุค 70s-80s ที่ควรค่าแก่การดู

📺Cowboy Bebop รีวิว อนิเมะคาวบอยอวกาศแจ๊ซซี่ที่คนดูสายเสพเนื้อเรื่องจบในตอนน่าจะชอบ

📺รีวิว อนิเม The Big O ที่เค้าว่าดูยาก นี่มัน Batman เวอร์ชั่น Super Robot ชัดๆ+อธิบายตอนจบ

📺 รีวิวอนิเมะฉบับย่อ: Texhnolyze / Super Crooks / Shoujo Kageki Revue Starlight (TV+Movie)

🔑 9 (2+7) เพลง อนิเมะที่ดนตรีแปลกในวงการ Anisong แถมติดหูอีกต่างหาก

🔑 รีวิว อนิเม Vivy -Fluorite Eye’s Song- เธอมีเวลาเปลี่ยนอนาคตภายใน 100 ปี

🔑 ติดตามรีวิวอนิเมะอื่น ๆ ได้ใน https://gleegmjournal.com/category/pop-culture/anime/

🔑 Find me in: Anilist | MyAnimeList

Loading

Similar Posts